วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หลักการจัดสวนแบบญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

เมื่อคราวที่แล้วสวนแสนรักได้นำบทความเรื่องราวของการจัด สวนญี่ปุ่น ในแบบต่าง ๆ มาฝากกันไปแล้วนะคะ ดังนั้นในตอนนี้ของสวนแสนรัก เราจะมาพูดกันถึงเรื่องราวของ หลักการจัดสวนแบบญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้เราได้เรียนรู้วิธีการจัด และสามารถแบ่งแยกสวนญี่ปุ่นกับสวนสไตล์อื่น ๆ ได้ กันค่ะ

หลักการจัดสวนแบบญี่ปุ่น มีดังนี้

1.) สวนญี่ปุ่น นั้นมีหลักเกณฑ์แบบแผนแน่นอน มีชื่อเฉพาะในแต่ละแบบสร้างสวนรอบ ๆ  ตัวบ้านและไม่นิยมปลูกต้นไม้ติดตัวบ้าน ซึ่งโดยทั่วไปนิยมจัดสวนไว้ทางทิศใต้ของตัวบ้าน

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนะคะ ว่า สวนญี่ปุ่น จะวาง ตำแหน่งจุดเด่นของสวน (Highlight) ไว้ในที่ซึ่งคนในบ้านสามารถมองเห็นได้ ตามคติการจัดสวนแต่โบราณ คือเอาคนในบ้านเป็นหลัก หรือจะเรียกได้ว่าจัดสวนเพื่อดูเอง ดังนั้นมุมมองของสวนญี่ปุ่นจึงเป็นการมองจากภายในสู่ภายนอก ผิดกับสวนของชาวตะวันตกซึ่งมีลักษณะตรงกันข้าม คือ จะปลูกต้นไม้ชิดอาคารเพื่อให้อาคารดูดี ดูเด่น และดูสวย โดยไม่คำนึงถึงมุมมองจากในบ้าน แต่คำนึงถึงมุมมองของผู้คนที่อยู่นอกอาคารจะได้ชื่นชมและทำให้เจ้าของบ้านภาคภูมิใจ คือจัดโชว์ชาวบ้าน หลักการทั้งสองนี้แตกต่างกันแบบตรงกันข้าม ฉะนั้นการจัดสวนทั้งสองแบบก็ย่อมต่างกันค่อนข้างมากค่ะ




2.) สวนต้องสร้างทางทิศใต้ของตัวบ้าน




3.) กระแสน้ำในลำธารจะต้องไหลจากทิศตะวันออกไปสู่ทิศตะวันตก 

เพราะเชื่อว่าทิศตะวันออกเป็นทิศบริสุทธิ์จะนำสิ่งมลคลเข้าบ้าน ส่วนทิศตะวันตกก็จะนำพาสิ่งไม่เป็นมงคลออกจากตัวบ้านไปอ่ะนะคะ


         

4.) สวนญี่ปุ่นจะต้องมีภูเขาหรือเป็นเนินดิน สลับกับพื้นที่ราบอาจจะมีน้ำตก สระน้ำ  
ลำธาร ฯลฯ โดยย่อส่วนลงมาจัดไว้ในสวนทั้งหมด มีตะเกียงหิน 

         


5.) การจัดต้นไม้จะต้องจัดให้เลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด แต่ไม้พุ่มนิยมตัดแต่ง 
เป็นพุ่มกลม ๆ ล้อเลียนลักษณะของหิน  


         

6.) นำประเพณี วัฒนธรรม ปรัชญาต่าง ๆ ลัทธิทางศาสนา เข้ามารวมอยู่ในสวน  เน้นความร่มรื่นเงียบสงบไม่ใช้ไม้ดอกที่มีสีสันสะดุดตา นิยมใช้พันธุ์ไม้ที่มีสีเขียวตลอดปี ไม้แคระ  และนิยมใช้สนเป็นฉากด้านหลัง





 


วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จัดสวนสไตล์ญี่ปุ่น : สวนน้ำชา

สวนน้ำชา นั้น คือการจัดสวนรอบ ๆ เรือนน้ำชา โดยนำลักษณะเด่นพิเศษของสวนภูเขา มาไว้บางส่วน และนำเอาลักษณะเด่นพิเศษของสวนในที่ราบ แบบเขียวชอุ่มมาอีกบางส่วน จากนั้นก็จัดให้ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนค่ะ


สวนน้ำชา

สวนน้ำชา จะมีรั้วด้านนอกเพื่อแสดงขอบเขต ทางเข้าสวนจะมีประตูรูปทรงต่าง ๆ แปลกตา บางแห่งประตูมีหลังคา ที่มุงด้วยแผ่นไม้หรือไม้ไผ่หรือหญ้าคา ทางเดินเข้าสู่เรือนน้ำชาจะปูด้วยหินสกัดแบน หรือเขียงไม้ วางห่างกันพอดีกับก้าวเป็นการป้องกันไม่ให้เยียบพื้นดินซึ่งคุมด้วยหญ้าหรือมอสสีเขียวขจี สองข้างทางจะจัดแต่งเป็นสวนประดับหิน สลับซับซ้อนเป็นระยะ ๆ


             

พันธ์ไม้ที่นิยมปลูกประดับในสวนน้ำชาประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด อาทิเช่น
             
-ไม้ยืนต้น ชนิดที่มีกิ่งก้านและใบหนา ทึบ เช่น พีช เมเปิล โอ๊ค ส่วนชนิดที่มีกิ่งก้านและใบโปร่ง เช่น สนญี่ปุ่น หลิว ไผ่
             
-ไม้พุ่ม นิยมตัดแต่งเป็นพุ่มกลม หรือรูปไข่เพื่อให้กลมกลืนกับก้อนหิน เช่น อาซาเลีย ชาดัด
             
-ไม้ดัด ประเภทบอนไชหรือไม้แคระซึ่งดัดหรือตัดแต่งให้มีลีลาเหมือนไม้ต้นใหญ่แต่ย่อส่วนให้เล็กลง
             
-ไม้น้ำ มีทั้งปลูกกลางสระน้ำ และบริเวณ ริมตลิ่ง เช่น บัง กก ไอริส
             
-พืชคลุ่มดิน คือพื้นที่ที่มีความสูงไม่เกิน 1 ฟุต ปลูกไว้บริเวณใกล้ก้อนหินหรือตอไม้ เพื่อให้เหมือน หรือใกล้เคียงกับการเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเพื่อเชื่อมต่อกับสวนหย่อมที่อยู่ข้างเคียง เช่น เฟิร์น ไม้ซุ้มต่าง ๆ


              

การจัดสวนในมุมนี้ นอกจากจะมีลักษณะการจัดวางต้นไม้และวัตถุจนได้สัดส่วนกันแล้ว สิ่งที่โดดเด่นก็คือ วัตถุต่าง ๆ ที่ใช้ประดับภายในบริเวณสวน ซึ่งล้วนแต่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่แปลกตาไม่ซ้ำแบบใครอ่ะนะคะ มีการเคลื่อนไหวของน้ำ ที่หยดและไหลริน กิ่งไม้และใบไม้โอนเอียงไปมาเมื่อต้องกระแสลม มีแสงริบหรี่จากตะเกียงหินในยามค่ำคืน ทำให้บริเวณดังกล่าวนี้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

ส่วนประกอบที่สำคัญของสวนน้ำชา มีดังต่อไปนี้นะคะ

-ตะเกียงหิน สำหรับใช้ประดับในตอนกลางวันและให้มีแสงสว่างในตอนกลางคืน
               
-อ่างน้ำ สำหรับใช้เพื่อล้างมือล้างหน้าหรือบ้วนปากก่อนเข้าพิธี (มีกระบวยไม้ไผ่ด้ามยาวสำหรับตักน้ำวางพาดไว้ที่ปากอ่าง)
               
-หินก้อนใหญ่ สำหรับใช้จับยึดหรือสิ่งของระหว่างล้างมือ ล้างหน้า หรือบ้วนปากและสมมุติว่าเป็น "เกาะ"
               
-แผ่นทางเดิน วางคดเคียวไปมาห่างกันพอดีกับระยะก้าวเพื่อใช้เป็นแนวทางนำไปสู่อ่างน้ำ เรือนน้ำชา และชมความงามของสวน
               
-รั้วไม้โปร่ง เป็นรั้วไม้ไผ่หรือกิ่งไม้ประกอบอย่างง่าย ๆ ใช้เป็นฉากหลังเพื่อประดับหรือแบ่งขอบเขตของสวน
               
-ต้นไม้ ใช้ต้นไม้หลายชนิด ต้นไม้ใหญ่ควรมีกิ่งใบโปร่ง เช่น หลิว สนญี่ปุ่น ไผ่ ไม้พุ่ม มักตัดเป็นรูปทรงกลม หรือรูปไข่ ให้กลมกลืนกับก้อนหิน เช่น ชา อาซาเลีย พืชคลุมดิน ปลูกเป็นกลุ่มใหญ่ข้างก้อนหิน เช่น เฟิร์น ไม้ซุ้มต่าง ๆ ด้านหน้า ใกล้ ๆ ตะเกียงหิน จะมีไม้ดัดแคระหรือบอนไซ ปลูกไว้ กิ่งก้าน และใบมักจะบังตะเกียงหินไว้บ้างบางสวน
               
สวนแบบนี้บางแห่งอาจมีน้ำไหลหรือหยดน้ำจากท่อไม้ไผ่ลงอ่างน้ำตลอดเวลาจนมีน้ำล้น บริเวณพื้นข้างอ่างน้ำจึงต้องโรยกรวดเอาไว้ เพื่อให้บริเวณนั้นแลดูสะอาดตา และสมมุติว่าเป็น "ทะเลหรือมหาสมุทร" นั่นเองนะคะ




 ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จัดสวนสไตล์ญี่ปุ่น : สวนที่ราบ

สวนญี่ปุ่น สไตล์นี้ เป็นสวนที่จัดขึ้นบนพื้นที่ราบ ปราศจากภูเขา/เนินดิน และสระน้ำเป็นเครื่องตกแต่ง ค่ะ สวนแบบนี้เหมาะกับบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด เพราะไม่นิยมปลูกต้นไม้มากจะมีบ้างก็น้อยต้น ถ้าเป็นต้นใหญ่มักจะมีกิ่งก้านโปร่ง ส่วนไม้พุ่มจะตัดแต่เป็นพุ่มกลมให้กลมกลืนกับก้อนหิน สวนแบบนี้เดิมทีเดียวนิยมจัดในบริเวณลานวัด ซึ่งมีกำแพงเป็นฉากหลัง แต่ต่อมาได้มีผู้นำแบบอย่างไปจัดในบริเวณบ้านหรือที่พักอาศัยอย่างกว้างขวาง

สวนในที่ราบ จัดแต่งตามแนวคิดของพระสงฆ์ในศาสนาพุทธนิกายเซน ซึ่งยึดมั้นในความสงบสันโดษค่ะ เป็นสวนแบบจินตนาการหรือเป็นสวนแห่งการสมมุติเคลือบแฝงด้วยปรัชญา ผู้จัดจะต้องใช้จินตนาการในการวางก้อนหิน,ปลูกต้นไม้และในการวาดลวดลายลงบนพื้น ทรายหรือกรวดให้มองแล้วเหมือนลูกคลื่นหรือระลอกน้ำในทะเลหรือในมหาสมุทร

สวนในที่ราบ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกันนะคะ นั่นก็คือ
                                 
1. สวนในที่ราบแบบเขียวชอุ่ม (Evergreen gardens)
        
จะประกอบด้วยพื้นที่ราบเรียบ ปกคลุมด้วยหญ้าหรือมอสสีเขียวขจีสมมุติว่าเป็น "น้ำ" อาจเป็นทะเลหรือมหาสมุทร มีต้นไม้และก้อนหินรวมกันเป็นกลุ่ม ๆ สมมุติว่าเป็น "เกาะ" ต้นไม้ใหญ่มีน้อยต้น และมักจะมีกิ่งก้านโปร่ง ส่วนพุ่มมักจะตัดแต่งให้เป็นรูปทรงกลมเพื่อให้กลมกลืนกับก้อนหิน ส่วนประกอบอื่น ๆ ได้แก่ ตะเกียงหิน อ่างน้ำ แผ่นทางเดิน มีรั้วลักษณะโปร่งเป็นฉากหลัง เพื่อใช้ประดับและแบ่งขอบเขตของสวน บางแห่งอาจมีบ่อน้ำซึ่งแต่เดิมมีไว้ใช้เพื่อประโยชน์ใช้สอย




สวนในที่ราบแบบนี้นิยมจัดไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งใกล้ ๆ เรือนน้ำชาหรือบ้านพักเพื่อใช้น้ำในอ่างล้างมือ ล้างหน้าหรือล้างเท้าก่อนขึ้นบ้าน แต่ในปัจจุบันมิได้ใช้ประโยชน์เพียงแต่มีไว้เพื่อเป็นการประดับเท่านั้น

2. สวนในที่ราบแบบแห้ง (Dry landscape gardens)
        
สวนชนิดนี้สร้างตามปรัชญาของนักบวชนิกายเซนในบริเวณลานวัดเพื่อทำสมาธิ พิจารณาความสงบทางจิต เพ่งพิจารณารูปธรรม(สิ่งที่มีรูป) ของสรรพสิ่งที่มีชิวิตหรือสิ่งที่ไร้วิญญาณมาสู่นามธรรม(สิ่งที่ไม่มีรูป รู้ได้ทางใจ)



        
สวนแบบนี้มีพื้นที่ราบเรียบโรยด้วยทรายหรือกรวด สมมุติว่าเป็น "น้ำ" และมีก้อนหินวางไว้เป็นกลุ่ม ๆ สมมุติว่าเป็น "เกาะ" มีกำแพงหรือบ้านเป็นฉากหลังกรวดหรือทรายที่ราบเรียบอาจใช้ไม้ปลายแหลมขีดเป็นเส้นโค้งไปมาเหมือนลูกคลื่นหรือระรอกน้ำ ห่างกันบ้าง ชิดกันบ้าง บางเส้นกระทบกับก้อนหิน เมื่อมองดูแล้วจะเกิดความรู้สึกว่ามีเกาะหรือโขดหินโผล่ขึ้นมาจากทะเลหรือมหาสมุทร ข้อสังเกตของสวนแบบนี้คือ ไม่มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบ และปราศจากน้ำ ซึ่งแม้แต่สักหยดเดียวก็ไม่มี


จัดสวนสไตล์ญี่ปุ่น : สวนภูเขา Hill gardens

สวนภูเขา หรือที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่าTsukiyama-Sansui ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของการจัดสวนสไตล์ญี่ปุ่นนี้ บางทีก็เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "The landscape garden with hills and water" ค่ะ

อาจจะเรียกได้ว่า การจัดสวนสไตล์นี้เป็นสวนเลียนแบบธรรมชาติ ที่ตกแต่งตามแนวคิดความคิดของพระในศาสนาชินโต หรือที่เรียกว่า Shinden styles   นั่นเอง


สวนภูเขา

สวนภูเขา จะประกอบด้วยภูเขาหรือเนินดินสลับกับที่ราบ มีน้ำตก ลำธาร สระน้ำ โขดหิน หาดทราย ถ้าเป็นส่วนที่มีขนาดใหญ่ อาจมีเกาะกลางทะเลสาบประกอบด้วย

สำหรับการเลือกพันธุ์ไม้ประดับ ที่ใช้ประดับในสวนแบบนี้ สามารถเลือกพันธุ์ไม้ได้หลายชนิดค่ะ อาทิเช่น
       
พันธุ์ไม้ใหญ่ ต้นสน พืช พลับ โอ๊ก เมเปิล ซากุระ หลิว ฯลฯ
พันธุ์ไม้พุ่มเตี้ย เช่น ไผ่ อาซาเลีย ปรง ชา ฯลฯ
พืชคลุมดิน เช่น เฟิร์น ไม้ซุ้มต่าง ๆ มอส ฯลฯ
พันธุ์ไม้น้ำ เช่น กก บัว ไอริส ฯลฯ




สระน้ำหรือลำธารในสวนภูเขานี้ มักจะไม่ลึกนัก ในน้ำใสสะอาดนอกจากจะมองเห็นก้อนหิน ก้อนกรวดที่ก้อนสระหรือก้นลำธารแล้ว ยังสามารถมองเห็นปลาแฟนซีคาร์พหลากสีสวยงาม ว่ายวนเวียนไปมาทำให้มีระลอกน้ำ เมื่อมองดูแล้วจะเกิดความรู้สึกว่ามีชีวิตชีวามากขึ้น




ลำธารถ้ามีความกว้างมากก็จะทำสะพานสำหรับข้ามค่ะ โดยใช้แผ่นหินสกัดที่มีความโค้งเล็กน้อยวางพาดขวางลำธาร ริมตลิ่งทั้ง 2 ฝัง  2 ฝั่งจะฝังก้อนหินรูปทรงสูงเอาไว้ สมมุติว่าเป็นเสาสะพาน แต่ถ้าลำธารแคบและตื้น   หากใช้ก้อนหินที่มีผิวด้านบนเรียบวางไว้เป็นระยะ ๆ ห่างกันพอดีกับระยะก้าวเพื่อใช้เดินข้ามลำธาร   ริมคันตลิ่งอาจป้องกันมิให้ตลิ่งพัง โดยฝังก้อนหินก้อนใหญ่/เล็กไว้อย่างกลมกลืนเหมือนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือฝังไม้เสากรมทั้งเปลือกหรือปลูกหญ้าเพื่อยึดก็ได้


 

ถ้าสระน้ำมีขนาดกว้างขวาง มักจะจัดให้มีเกาะอยู่กลางสระน้ำ บนเกาะอาจประดับด้วยก้อนหินเมื่อมองไกล ๆ มีรูปร่างคล้ายเต่า ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นศิริมงคลแก่บ้าน เพราะคนญี่ปุ่นถือว่าเต่าเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืน นอกจากนั้นมักจะปลูกต้นสนไว้บนเกาะด้วย โดยถือว่าต้นสนเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงถาวร เพราะต้นสนทนต่ออากาศอันหนาวเย็นได้

การปลูกต้นไม้   ปลูกต้นที่มีพุ่มใบสูงเป็นฉากไว้ด้านหลัง เพื่อไม่ให้บังต้นไม้ที่มีพุ่มใบเตี้ย สวนญี่ปุ่นจะไม่ปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ใกล้บ้านเพื่อไม่ให้บดบังความงามของสวนเมื่อมองออกไปจากตัวบ้าน สีของพันธ์ไม้นิยมสีที่ไม่ฉูดฉาดนัก โดยปกติจะเป็นสีเขียว จะออกดอกหรือใบเปลี่ยนสีเพิ่มสีสรรบ้างก็ตามฤดูกาลเท่านั้น

ผิวดินไม่ว่าจะเป็นเนินดิน  ในที่ราบหรือใต้ร่มไม้ส่วนใหญ่จะมีหญ้าหรือมอสขึ้นปกคลุมอย่างเขียวขจีเหมือนปูด้วยพรม ความยิ่งใหญ่ของสวนภูเขาหรือสวนเนินอยู่ที่ภูเขา/เนินดิน น้ำตก ลำธาร ซึ่งเลียนแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง คือพื้นที่เป็นเกาะของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง โดยทำการดัดแปลงและย่อส่วนให้เล็กลง




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

สวนสไตล์ญี่ปุ่น

สวนญี่ปุ่น เป็นการจัดสวนแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นแบบฉบับของญี่ปุ่นเองโดยเฉพาะค่ะ เป็นการจัดสวนที่มีรูปแบบแตกต่างจากการจัดสวนของประเทศทางยุโรป สวนญี่ปุ่นมีความหมายอันลึกซึ้งเกี่ยวกับความงามตามธรรมชาติ  ศาสนา ลัทธิ ประเพณี ปรัชญา ความนึกฝัน ศิลปวัฒนธรรมและแฝงด้วยความเชื่อถือในโชคลาง


สวนญี่ปุ่น

การจัดสวนแบบญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีน และชาวเกาหลีค่ะ แต่ได้มี การปรับปรุงและพัฒนาทำให้มีรูปแบบธรรมชาติ มีศิลปะ มีสัญลักษณ์ต่าง ๆ  ซึ่งมีความหมายเฉพาะตัวแฝงเร้นด้วยปรัชญา ลัทธิ ประเพณีทางศาสนา การนึกฝัน และมีความสุนทรีย์แห่งธรรมชาติ สวนญี่ปุ่นจึงมองดูมีชีวิต จิตใจและวิญญาณ   เต็มไปด้วยมุมมองของศิลปะ ซึ่งนับวันความนิยมในการจัดสวนแบบนี้จะยิ่งแพร่หลายออกไปยังประเทศต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ในประเทศไทยนิยมจัดสวนแบบญี่ปุ่นกันมากเพราะสวนญี่ปุ่นใช้เนื้อที่ในการจัดสวนไม่มากนัก มีความสวยงามอย่างเรียบ ๆ เหมาะกับนิสัยอันอ่อนน้อมและสุภาพของคนไทยอ่ะนะคะ

สวนญี่ปุ่น นั้นเน้นการจัดสวนโดยการวางจุดเด่นของสวนไว้ในที่ที่คนในบ้านสามารถมองเห็นได้ค่ะ  มุมมองของสวนญี่ปุ่นจึงเป็นมุมมองจากภายในสู่ภายนอก ผิดกับสวนตะวันตกที่มักจะปลูกต้นไม้ชิดอาคาร เพื่อให้ตัวอาคารดูดี หรือเป็นการจัดมุมมองจากภายนอกสู่ภายในเป็นการจัดสวนที่เน้นให้คนภายนอกที่มองเข้ามาได้ชื่นชมความงามของอาคารนั่นเอง

สวนญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. สวนภูเขา เป็นสวนที่ลอกเลียนแบบธรรมชาติ


สวนภูเขา

2. สวนในที่ราบ เป็นสวนแห่งการสมมุติ


สวนในที่ราบ

3. สวนน้ำชา เป็นสวนที่นำลักษณะเด่นของสวนภูเขาและสวนที่ราบมาผสมกัน ประกอบด้วยสวนย่อมเล็ก ๆ 2 ข้างทางเดินไปสู่เรือนน้ำชา ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ


สวนน้ำชา

ในตอนหน้าเราจะมาทำความรู้จักกับสวนญี่ปุ่นประเภทต่าง ๆ กันให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมบล้อกสวนแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก http://school.obec.go.th/webpwtk/kosara/k_drra/jun.htm

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การเลือกพรรณไม้ภายในสวน

การเลือกพันธุ์ไม้ภายในสวนมีสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาดังนี้ค่ะ

พรรณไม้ที่นำมาปลูก จะต้องเหมาะสมกับสถานที่นั้น ๆ โดยพิจารณาเป็นจุด ๆ ว่าจุดใดของพื้นที่ได้รับแสงมากหรือน้อย แล้วเลือกพรรณไม้ปลูกให้เหมาะสม เพื่อให้พรรณไม้นั้น ๆ สามารถเจริญงอกงามอยู่ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง

เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเลือกพรรณไม้ในสวนก็คือ

-ควรเลือกพันธุ์ไม้ที่มีการเจริญเติบโตได้ดี ไม่มีโรคแมลงรบกวนหรือมีโรคแมลงรบกวนน้อย เช่น เข็มชนิดต่าง ๆ ไม้ดัด-ไม้แคระ ปาล์มชนิดต่าง ๆ


ไม้ดัด

-ดอกมีกลิ่นหอม เช่น พุด ราตรี จำปี จำปา กระดังงา การะเวก นางแย้ม แก้ว โมก เป็นต้น


พุดพิชญา

-สามารถตัดใบหรือดอกไปใช้ทำประโยชน์อื่นได้อีกด้วย เช่น ปริก หมากเหลือง ปรง เตยหอม เป็นต้น


ปรงญี่ปุ่น

หากเพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักท่านไหนที่ไม่มีเวลาในการดูแลสวนมากนัก ก็ควรเลือกพันธุ์ไม้ที่มีความคงทนถาวรค่ะ หรืออีกนัยหนึ่บก็คือเลือกไม้ยืนต้นนั่นเอง ซึ่งการเลือกปลูกไม้ยืนต้นนั้น ก็จะสามารถช่วยลดภาระในการดูแลได้ส่วนหนึ่ง และแม้ว่าเจ้าของสวนจะชื่นชอบกับสีสันของไม้ดอกนานาพรรณตามฤดูกาล ก็ต้องเข้าใจวงจรชีวิตของพืชพันธุ์นั้น ๆ อ่ะนะคะ ว่าพืชเหล่านั้นจะต้องมีการปลูกทดแทนกันอยู่เรื่อย ๆ เมื่อหมดอายุขัยของมันค่ะ



ขอบคุณที่มา หนังสือคู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง



วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

องค์ประกอบสำหรับการจัดสวน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ชาวบล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

อาจจะกล่าวได้ว่า การจัดสวน ที่ดีนั้น ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก ๆ 3 ประการด้วยกันอ่ะนะคะ คือ การวางแผน(ออกแบบ)ที่ดี,การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม และ โครงสร้างพื้นฐานของสวนค่ะ




ซึ่งในวันนี้ บล้อกสวนแสนรัก จะพูดถึง "การวางแผนที่ดี" ก่อนการลงมือจัดสวนเป็นอันดับแรกนะคะ

อาจจะกล่าวได้ว่า การจัดสวนก็คล้ายกับการเขียนภาพสี นั่นเองค่ะ ซึ่งภาพที่ออกมาจะสวยงามหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการจัดวางสิ่งต่าง ๆ การรู้จักธรรมชาติของพรรณไม้ รวมไปถึงสีสัน รูปทรงของลำต้น ตลอดจนการดูแลรักษาพรรณไม้เหล่านั้นด้วย




การวางแผนที่ดี หรือการ ออกแบบสวน ที่สวยงามนั้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรกก็คือ สวนจะต้องมีความเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นสวนแบบประดิษฐ์หรือสวนแบบธรรมชาติ มีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กันระหว่างจุดต่าง ๆ ตลอดจนให้ประโยชน์ใช้สอยในพื้นที่นั้น ๆ ได้ตามความต้องการ




ผู้จัดสวนควรที่จะวางแผนในการจัดวางภูมิทัศน์ของสวนในบ้านเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ เริ่มตั้งแต่การวางแนวคิด การออกแบบเลือกสไตล์ของสวน การเลือกลักษณะพืชพันธุ์ไม้ และการวางองค์ประกอบของสวน




โดยเฉพาะสวนที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ เช่น สระน้ำ น้ำพุ น้ำล้น หรือบ่อปลา ซึ่งควรจะได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีทั้งสิ้น เพื่อให้คงสภาพความสวยงามได้ยาวนาน ก็ควรจะได้รับการออกแบบวางระบบต่าง ๆ เช่น ระบบการระบายน้ำ การทำความสะอาด ระบบน้ำสำหรับพืชไม้น้ำ เอาไว้ตั้งแต่ต้น




ในตอนหน้า บล้อกสวนแสนรัก จะได้นำเรื่องราวของคำแนะนำในการเลือกพรรณไม้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างที่สองในสวนมาฝากกัน อย่าลืมกลับมาติดตามชมบล้อกสวนแสนรักได้ใหม่ในตอนหน้านะคะ



ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมบล้อกสวนแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ


ขอบคุณที่มา หนังสือ คู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การจัดสวนหย่อม

การจัดสวนหย่อม คือการจัดสวนที่ใช้เนื้อที่ในการจัดน้อย เป็นสวนขนาดเล็กหรือจัดเป็นจุด ๆ   ในพื้นที่ใหญ่เพื่อเน้นบริเวณนั้น ๆ ค่ะ อย่างเช่น บนพื้นสนามหญ้ากว้างแต่เน้นเพียงจุดเดียว  การจัดสวนประเภทนี้ใช้อุปกรณ์ไม่เปลือง เช่น ก้อนหิน 1 ก้อน ต้นไม้คลุมดิน 1 กลุ่มกับไม้พุ่มขนาดกลาง  อีก 1 ต้นก็จัดได้ การจัดสวนหย่อมนั้น เป็นการจัดสวนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน บริเวณที่จัดจะเป็นพื้นที่ราบ  หรือเนินก็ได้ จัดตามมุมอาคาร มุมถนนหรือโคนต้นไม้ เป็นสวนที่มีรูปแบบกะทัดรัด  สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัสดุที่ใช้ได้ง่ายถ้าเจ้าของเกิดความเบื่อหน่าย   ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนต้นไม้มากกว่าอย่างอื่นนิยมจัดกันมาก เพราะประหยัดเนื้อที่และค่าใช้จ่าย





การจัดสวนหย่อมนั้นควรจะมีเพียง 1-2 จุดเท่านั้น หากมีมากเกินไปจะทำให้ความเด่นของสวนน้อยลง




ตัวอย่างของการจัดสวนหย่อม เช่น ถ้าหากว่าบ้านของเพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรัก มีพื้นที่ในการจัดสวนเพียง 3x4 เมตร และเป็นพื้นที่ว่างต้องการจัดสวนหย่อม ก็ให้เพื่อน ๆ ลองนั่งในห้องรับแขกด้านใน เพื่อหามุมมองในการออกแบบจัดสวนก่อนอ่ะนะคะ เช่นนั่งในส่วนของห้องรับแขกที่มีช่องหน้าต่าง/ประตูมองผ่านออกไปยังสวนอยากจะเห็นสวนดอกไม้ น้ำตก มุมนั่งเล่น เป็นต้น จากนั้นจึงกำหนดและแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ตามองค์ประกอบในการจัดสวน และกำหนดสิ่งที่ต้องการค่ะ เช่น

-ควรจะมีไม้ประธานขนาดกลาง-ใหญ่ ตามความเหมาะสมกับขนาดของพื้นที่
-ไม้รองที่มีขนาดลดหลั่น จะเป็นประเภทไม้ทรงพุ่ม
-ไม้ทรงพุ่มขนาดเล็กและไม้คลุมดิน ด้านหน้า

องค์ประกอบอื่นๆ ที่ทำให้สวนเพิ่มสีสัน ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เช่น หินประดับ กรวด โอ่งดินเผา ตุ๊กตาเซรามิค บ่อน้ำ (ปัจจุบันมีบ่อสำเร็จรูปให้เลือกหลายรูปทรง) ชุดเก้าอี้สนามสำหรับนั่งพักผ่อน




เมื่อกำหนดสิ่งที่ต้องการแล้ว ลองสเก็ตภาพ จัดวางตำแหน่งต่างๆในสวน เพราะถ้าแบบที่คุณวาดอาจยังไม่พอใจ คุณสามารถลบ และจัดใหม่ได้บนกระดาษ เพราะการจัดจริงสิ่งต่างๆ มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก จะทำให้คุณเหนื่อยล้าในการจัดสวนได้อ่ะนะคะ :)




ขอบคุณที่มา http://www.gardenthaidesign.com/content.asp?id=11

พื้นที่เพื่อประโยชน์ใช้สอยและความงามในสวน

เมื่อได้กำหนดทางเดิน วางตำแหน่งต้นไม้และพื้นที่สำหรับพักผ่อนแล้ว พื้นที่ส่วนที่เหลือก็จะต้องนำมาวิ เคราะห์ดูอ่ะนะคะ ว่าจุดไหนเหมาะสำหรับทำอะไร โดยยึดหลักเรื่องประโยชน์ใช้สอยมาอันดับแรกก่อน จึงค่อยตกแต่งให้เกิดความสวยงามตามมาค่ะ

อย่างเช่น บริเวณหลังบ้าน จะต้องใช้เป็นพื้นที่สำหรับตากผ้า เก็บของ เหล่านี้เป็นต้น ในกรณีที่เจ้าของบ้านต้องการปลูกไม้ผลและปลูกพืชผักสวนครัว  ก็ควรจะกำหนดจุดนี้เอาไว้ด้วยอ่ะนะคะ โดยกำหนดเอาไว้บริเวณหลังบ้านที่ได้รับแสงแดดจัด มีไม้ผลที่เป็นทั้งไม้มงคลและไม้ยืนต้นหลายชนิด เช่น ขนุน สาเก ละมุดสีดา ซึ่งสามารถนำมาปลูกตกแต่งบริเวณหลังบ้านได้เช่นกันค่ะ



ลานซักล้าง

ส่วนบริเวณลานซักล้างนั้น จะต่อเนื่องกับห้องครัว บริเวณนี้จึงต้องเป็นพื้นซีเมนต์ พรรณไม้ที่จะมาปลูกประดับตกแต่ง จึงควรสามารถปิดบังส่วนที่ไม่ต้องการให้บุคคลอื่นเห็น

บริเวณห้องรับแขกหรือห้องพักผ่อน สามารถวางตำแหน่งจัดสวนหย่อมได้หลากหลายเลยทีเดียวค่ะ อาจทำเป็นน้ำตก น้ำพุ หรือบ่อเลี้ยงปลา ปลูกบัว หรือดอกไม้สวยงามเพื่อให้มองเห็นได้จากภายในสู่ภายนอก




ขอบคุณที่มา คู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ชาวบล้อก สวนแสนรัก ทุกท่าน

หลังจากที่เราได้แบ่ง พื้นที่ใช้งานในสวน ออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ คือ พื้นที่นั่งพักผ่อน , ทางเดินในสวน , พื้นที่ปลูกต้นไม้ และพื้นที่เพื่อประโยชน์ใช้สอยและความงาม แล้วนะคะ ในวันนี้บล้อก สวนแสนรัก จะได้นำคำแนะนำเกี่ยวกับการจัด พื้นที่ปลูกต้นไม้ ให้เพื่อน ๆ ได้นำไปใช้ประโยชน์ในการจัดสวนของเพื่อน ๆ ดังนี้อ่ะนะคะ





สำหรับพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ในสวนนั้น ส่วนแรกที่เราต้องมองไว้เป็นหลักก็คือ การวาง ตำแหน่งไม้ยืนต้น ค่ะ เพราะเหตุใดเราถึงต้องกำหนดตำแหน่งไม้ยืนต้นเป็นสิ่งแรกหรือคะ นั่นก็เพราะ ไม้ยืนต้นจะเป็นไม้ใหญ่ที่มีระดับสูงสุด หรือเป็นตำแหน่งประธานสวน จึงควรกำหนดจุดที่จะลงไม้ยืนต้นก่อนเป็นอันดับแรก

การสังเกตจุดที่จะลงไม้ยืนต้นนั้นก็สังเกตง่าย ๆ ค่ะ คือให้สังเกตว่าจุดไหนที่ได้แดดสม่ำเสมอบ้าง เพราะไม้ยืนต้นส่วนใหญ่จะชอบแดด เมื่อได้ไม้ยืนต้นเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยมากำหนดพันธุ์ไม้อื่น ๆ ซึ่งควรจะปลูกไล่ลงมาตามลำดับความสูงของต้น จากต้นใหญ่สุด จนกระทั่งเล็กสุดให้ล้อมอยู่ด้านนอก ซึ่งจะทำให้เราสามารถชื่นชมความงามของต้นไม้แต่ละต้นได้อย่างเต็มที่ ไม่บดบังกัน และสวนก็จะดูมีมิติมากขึ้นด้วยค่ะ

ในตอนหน้า สวนแสนรัก จะได้นำวิธีการจัดวางไม้ยืนต้น และการเลือกพรรณไม้มาฝากกันนะคะ :)

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ติดตามบล้อกสวนแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ



ขอบคุณที่มา หนังสือคู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ทางเดินในสวน

การกำหนด ทางเดินในสวน นั้น ก็เพื่อหลีกเลี่ยง การเหยียบย้ำไปบนสนามหญ้า หรือไม้คลุมดินอื่น ๆให้เกิดความเสียหาย ในขณะชมสวนค่ะ

นักจัดสวนหรือเจ้าของสวน ควรคำนึงถึงการจัดวางตำแหน่งทางเดินให้เหมาะสมได้สัดส่วนอ่ะนะคะ นอกจากจะเกิดประโยชน์ใช้สอยแล้ว แนวทางเดินยังเป็นจุดนำสายตาไปสู่มุมมองในสวน ส่วนมากการจัดวางทางเดินควรทำหลังจากปูสนามหญ้าเสร็จใหม่ๆ โดยการกำหนดแนวทางเดิน แล้วโรยด้วยปูนขาว และควรกำหนดให้สอดคล้องทั้งภายในและภายนอกตัวอาคารค่ะ ด้วยการสังเกตทางเข้าออกตัวบ้าน จากนั้นจึงค่อยมากำหนดจุด เพื่อจัดวางทางเดินให้ได้โดยรอบตัวบ้าน จากหน้าบ้านไปหลังบ้าน จากหลังบ้านมาหน้าบ้าน ทางเดินไปจุดต่าง ๆ จัดให้ไหลเวียนกันไปโดยไม่ติดขัด

นอกจากนี้จากโรงรถ ก็ควรจะมีทางเดินไปหลังบ้านได้ โดยไม่ต้องผ่านในบ้าน ทางเดินแต่ละจุดอาจเชื่อมต่อกัน โดยไม่ทำให้สนามหญ้าเสียไป และไม่ควรทำทางเดินที่ไร้จุดหมายอ่ะนะคะ ส่วนการเลือกใช้วัสดุที่ใช้ทำทางเดินนั้น ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานและรูปแบบของสวนนั้น ๆ ค่ะ




การ ทำทางเดินในสวน นอกเหนือจากเพื่อการเดินชมสวนแล้ว ทางเดินยังมีประโยชน์ในการเข้าไปรดน้ำ ตัดแต่งกิ่ง ให้ปุ๋ย ดังนั้นจึงควรมีทางเดินที่สามารถเข้าไปดูแลต้นไม้ได้ทั่วทุกจุดของสวนนะคะ




วัสดุที่นำมาใช้ทำทางเดินในสวน สามารถเลือกได้หลายชนิดค่ะ ทั้งวัสดุที่เป็นไม้ กระเบื้อง แผ่นหินทราย กรวด อิฐ หรือแม้แต่แผ่นปูน หากต้องการความแปลกใหม่อาจใช้วัสดุหลาย ๆ ชนิดผสมผสานกันให้สวยงามกลมกลืน เพื่อให้เกิดลวดลายบนพื้นทางเดินก็สามารถทำได้








บล้อกสวนแสนรักก็หวังว่า สาระความรู้เรื่องการจัดทางเดินในสวนในวันนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับคนรักสวนทุกท่านบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ :)


ขอบคุณที่มา คู่มือจัดสวนสวยด้วยตัวเอง ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พื้นที่นั่งพักผ่อนในสวน

พื้นที่นั่งพักผ่อนในสวน นั้น ถือเป็นจุดเด่นที่สุดของสวนทีเดียวนะคะ ดังนั้นจึงควรกำหนดเป็นจุดแรกว่าจะใช้พื้นที่มากน้อยขนาดไหน ส่วนใหญ่แล้วพื้นที่ส่วนนี้จะทำให้กว้างกว่าขนาดของโต๊ะ เก้าอี้ ไม่มากนัก เพื่อไม่ให้เสียพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ค่ะ เว้นแต่ว่าคุณมีพื้นที่เหลือค่อนข้างมาก ก็อาจสร้างพื้นที่นั่งเล่นนั่งพักผ่อนส่วนนี้ให้ใหญ่ขึ้น เผื่อพื้นที่ไว้ให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่นกัน ทำซุ้มไม้ประดับ,ศาลาพักผ่อน,ทำน้ำพุ หรือทำสระน้ำเพิ่มความชุ่มชื่นเข้าไปด้วยก็ได้








 




ขอบคุณ ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

การแบ่งพื้นที่ในสวน

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ชาวบล้อกสวนแสนรักทุกท่าน :)

ในวันนี้เราจะมาพูดถึงข้อแนะนำในการแบ่งสรรพื้นที่ในการ จัดสวน ของเรากันนะคะ โดยพื้นที่ที่เราจะใช้งานใน สวน นั้น จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ

1. พื้นที่นั่งพักผ่อน




2. พื้นที่ทางเดิน




3. พื้นที่ปลูกต้นไม้




4. พื้นที่ เพื่อประโยชน์ใช้สอยและความงาม





ในตอนหน้าเราจะมาคุยกันถึงเรื่อง ข้อแนะนำในการจัดพื้นที่พักผ่อนในสวนกันนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล้อกสวนแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ



ขอบคุณที่มา หนังสือ คู่มือจัดสวนสวย ด้วยตนเอง (รวิภา เดชาชาญ-ผู้เขียน)
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต