วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

การเลือกใช้หัวน้ำพุแบบต่าง ๆ

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

บล้อกสวนแสนรักในตอนที่แ้ล้ว เราได้แนะนำวิธีทำน้ำพุในสวน หรือทำน้ำพุไว้ประดับบ้านให้กับเพื่อน ๆ กันไปแล้วน่ะนะคะ ในตอนนี้ของบล้อกสวนแสนรักจึงจะได้นำตัวอย่างและข้อมูลของหัวน้ำพุประเภทต่าง ๆ มารนำเสนอ เพื่อแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้เลือกใช้หัวน้ำพุได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม สวยงาม และเหมาะกับพื้นที่่ที่จัดทำน้ำพุค่ะ :)

จะว่าไปแล้ว การเลือกน้ำพุมาประกอบสวนนั้นต้องอิงกับสไตล์ของสวนเช่นกันค่ะ เช่น หากสวนของเราเป็นสวนที่จัดแบบธรรมชาติ บ่อน้ำพุที่จะมาประกอบกับสวนนั้นก็ต้องเป็นรูปทรงอิสระ ไม่ใช่ทรงเรขาคณิต ส่วนหัวน้ำพุนั้น จะขึ้นแบบจุดเดียวแล้วกระจายเป็นฝอยรอบทิศทาง หรือเลือกใช้แบบเป็นแท่ง เป็นลำขนาดใหญ่ ส่วนการเลือกใช้หัวน้ำพุนั้น ก็ต้องเลือกให้มีลักษณะที่สัมพันธ์กัน โดยพิจาณาจากบ่อ สระ หรือภาชนะ ซึ่งต้องมีขนาดที่พอเหมาะกับน้ำที่พุ่งขึ้นมาจากน้ำพุ หากบ่อหรือสระมีขนาดกว้างมาก แล้วเลือกใช้หัวน้ำพุขนาดเล็ก ก็จะดูไม่สมดุลกัน หรือหากบ่อมีขนาดเล็ก แต่เลือกใช้หัวน้ำพุที่พุ่งแรงเกินไป น้ำก็จะเจิ่งนองออกรอบสระ ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นเฉอะแฉะและต้องเติมน้ำในบ่อบ่อยขึ้นน่ะนะคะ

หัวน้ำพุนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบค่ะ เราลองมาดูตัวอย่างและแบบคร่าว ๆ ของหัวน้ำพุบางรูปแบบกันนะคะ


1.หัวน้ำุพุแบบเส้น หัวน้ำพุชนิดนี้ จะให้ลักษณะน้ำเป็นเส้นตรง แต่ก็สามารถดัดหัวเอียงเพื่อให้ได้น้ำรูปทรงโค้งได้ นิยมวางเรียงเป็นแถวหรือวงกลม





2.หัวน้ำพุแบบปากแตร รูปทรงของน้ำพุเป็นแผ่นเหมือนพัด เหมาะสำหรับบ่อที่มีความกว้างพอสมควร เพื่อให้รัศมีของน้ำไม่แผ่กระจายออกมานอกบ่อ

3.หัวน้ำพุแบบฟองเบียร์หรือโฟม หัวน้ำุพุชนิดนี้ได้รับความนิยมมากค่ะ เพราะได้ลักษณะของน้ำเป็นฟองนุ่ม เสียงไม่ดัง ใช้ได้ทั้งหัวเดียวและหลายหัวประกอบกันเป็นกลุ่ม



4.หัวน้ำพุทรงร่มหรือลาวา เป็นอีกรูปแบบที่นิยมเช่นกัน น้ำที่ออกมามีลักษณะแผ่ออกทุกทิศทางและโค้งลงเหมือนรูปร่างของร่ม ใช้ได้ดีกับบ่อขนาดเล็กหรือหากจัดเป็นกลุ่มจะได้รูปทรงของน้ำพุที่ดูแปลกตา ออกไปอีกแบบ




5.หัวน้ำพุแบบสองชั้นและสามชั้น เห็นได้ทั่วไปทั้งในบ่อขนาดใหญ่และขนาดเล็กเพราะสามารถปรับขนาดของน้ำพุได้ รูปทรงน้ำพุมีลักษณะเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นกันดูสวยงาม

6.หัวน้ำพุทรงต้นสน ให้น้ำที่มีรูปร่างเหมือนสามเหลี่ยม ฐานน้ำพุกว้าง ส่วนยอดแหลม และปรับระดับความสูงได้

ทั้งนี้เราสามารถเลือกใช้หัวน้ำพุแบบต่าง ๆ มาผสมผสานกัน ให้เกิดความน่าสนใจของสายน้ำที่ได้จากหัวน้ำพุได้ด้วยน่ะนะคะ สุดท้ายนี้ การจะเลือกรูปแบบหัวน้ำพุแบบไหนนั้น ก็อย่าลืมมองลักษณะของบ่อและสไตล์ของสวนเพื่อประกอบการพิจารณาอย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นด้วยค่ะ :)




ขอบคุณข้อมูลจาก http://orangess.igetweb.com/index.php?mo=3&art=548631

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีทำน้ำพุในสวน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

น้ำพุ นั้น ถือเป็นส่วนประกอบของสวนที่ช่วยส่งเสริมภูมิทัศน์ของบ้านให้สวยงามน่าอยู่มากยิ่งขึ้นน่ะนะคะ

ในวันนี้บล้อกสวนแสนรัก ได้นำเอาวิธีทำน้ำพุในสวนมากฝากกันค่ะ มาดูกันนะคะ ว่าเราสามารถทำน้ำพุเพื่อเพิ่มความสดชื่น มีชีวิตชีวาให้สวนและบ้านของเราได้อย่างไรบ้าง




ขั้นตอนที่ 1

ก่อนที่จะทำน้ำพุ เราควรต้องเลือกตำแหน่งที่จะจัดทำน้ำพุกันก่อนค่ะ ตำแหน่งที่ทำน้ำพุนั้น จะขึ้นอยู่กับรูปแบบของอาคาร และวัตถุประสงค์ด้วย เช่น ถ้าเราตั้งตำแหน่งของน้ำพุไว้ในสวน ก็เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว เกิดเสียง เกิดภาพ เสริมบรรยากาศ แต่เพื่อน ๆ บล้อกบางท่าน ก็ตั้งใจทำน้ำพุขึ้นเพื่อประกอบให้อาคารงดงามขึ้น อีกทั้งบางครั้ง การสร้างน้ำพุนั้นก็ทำเพื่อเสริมฮวงจุ้ย และเพื่อเสริมโชคลาง อันจะทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยสบายใจ แต่ส่วนใหญ่แล้ว การทำน้ำพุนั้นก็มักจะจัดทำไว้บริเวณที่อยู่ในส่วนของหน้าบ้านน่ะนะคะ

ขั้นตอนที่ 2

เมื่อเลือกจุดที่จะทำน้ำพุได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาก็ให้ลงมือขุดสนามหรือจัดวางภาชนะรองรับน้ำบนพื้นในตำแหน่งที่ต้องการค่ะ โดยหากเป็นบ่อน้ำพุชนิดที่ของเสมอกับพื้นดิน ก็ต้องขุดให้มีขนาดลึกเท่ากับอ่างน้ำหรือภาชนะที่ใส่น้ำที่จะฝังลงไป แล้วเดินท่อน้ำขนาด 1/4 นิ้ว มาที่อ่างหรือภาชนะ ซึ่งภาชนะที่จะรองรับน้ำนั้น ก็ควรที่จะต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับน้ำที่ไหลลงมาได้น่ะนะคะ

ขั้นตอนที่ 3

ให้นำเครื่องปั้มน้ำ มาใส่ในอ่างน้ำ โดยต่อเข้ากับชุดท่อจ่ายน้ำที่เดินรอไว้ อาจจะใส่หินแม่น้ำลงไป เพื่อยึดให้ปั้มน้ำตั้งได้แน่นหนาไม่โยกคลอน

ขั้นตอนที่ 4

ใส่หัวน้ำพุเข้ากับท่อส่งน้ำ โดยสามารถเลือกหัวน้ำพุได้หลายแบบทั้งแบบที่เป็นหัวน้ำพุแบบฟองเบียร์ ,หัวน้ำพุแบบต้นสน, หัวน้ำพุแบบช่อชั้น ซึ่งจะหาซื้อได้จากร้านที่ขายอุปกรณ์ทำสวนน่ะนะคะ

ขั้นตอนที่ 4

ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ การเปิดน้ำลงใส่ในอ่าง ก่อนที่จะเสียบปลั๊กเพื่อให้ปั๊มทำงาน เพื่อให้ได้น้ำพุในแบบที่เราต้องการค่ะ :)

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

น้ำพุภายในสวน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน น้ำนั้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่น มีชีวิตชีวา และกระชุ่มกระชวยน่ะนะคะ หรือตามความหมายของชาวจีน น้ำนั้นก็คือเงินทอง หรือโชคลาภ และตามศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย น้ำนั้นนำพามาซึ่งโชคดีของบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านเสมอ

ในวันนี้บล้อกสวนแสนรัก จะมาแนะนำเรื่องการของการนำน้ำ..มาประดับสวน ในรูปแบบของ น้ำพุ กันค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว น้ำพุ นั้นแบ่งออกได้เป็นสองประเภทด้วยกัน คือ น้ำพุจากแหล่งธรรมชาติและน้ำพุประดิษฐ์ น้ำพุ ที่เรานำมาใช้ภายในสวนนั้น จัดเป็นน้ำพุประดิษฐ์ที่เราทำเลียนแบบน้ำพุจากแหล่งธรรมชาติ ถือเป็นการดึงความสวยงามของธรรมชาติมาให้เราได้ใกล้ชิดถึงในบริเวณบ้านเลยก็ว่าได้




การทำน้ำพุประดิษฐ์ นั้น มีองค์ประกอบอยู่ด้วยกัน 2 สิ่งได้แก่ ภาชนะรองรับน้ำ เช่น อ่าง สระ เพื่อเก็บกักน้ำ และ ปั๊มน้ำ เพื่อดูดส่งน้ำผ่านหัวน้ำพุ

นอกจากนี้แล้ว รูปแบบของน้ำพุประดิษฐ์นั้น ก็ยังแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบด้วยกันนะคะ ได้แก่

น้ำพุแบบติดผนัง ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบด้วยประฏิมากรรมต่าง ๆ

น้ำพุแบบลอยตัว คือสามารถมองเห็นได้รอบข้าง มีอ่างน้ำรองรับ ซึ่งเป็นที่นิยมในยุโรป

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาแนะนำวิธีการทำน้ำพุภายในสวนและส่วนประกอบของน้ำพุกันนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล้อกสวนแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ :)





เรียบเรียงจาก หนังสือ คู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

ประโยชน์และข้อควรระวังในการติดไฟในสวน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน โดยทั่วไปแล้วแสงสว่างที่ส่องไปยังสวนหรือเล็ดลอดออกไปยังสวนภายในบ้านของเพื่อน ๆ บล้อกหลาย ๆ ท่าน ก็มักจะเป็นไฟที่ใช้บริเวณชายบ้านบ้าน หรือไม่ก็เป็นไฟจากหลังคาโรงรถ ซึ่งจะมีแสงสว่างที่จ้าเกินไปจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือแสงที่สลัวไม่พอเพียงเนื่องจากขาดการเพิ่มเติมในส่วนของไฟภายในสวน ซึ่งเมื่อมองภาพของสวนจากในตัวบ้าน ก็จะได้เห็นภาพของสวนที่ดูทึมทึบ มืดสลัว ดูน่ากลัวมากกว่าน่ามองน่ะนะคะ




การติดไฟในสวนนั้นได้ประโยชน์หลายประการค่ะ นอกจากเป็นการทำให้สวนของเราดูมีมิติน่ามองในยามค่ำคืนแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้่กับบ้านของเราด้วย อีกทั้งเรายังสามารถออกมาทำกิจกรรมยามค่ำคืนในสวนเป็นบางโอกาสก็เป็นได้ เช่น การจัดเลี้ยงงานวันเกิดกลางแจ้ง การทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว การสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูง และยังเป็นเสริมสร้างความสวยงามโดยรวมให้กับบ้านของเราได้อีกทางหนึ่งด้วย




ประโยชน์ของไฟในสวนแต่ละจุดก็สามารถขับเน้นความสวยงามน่าสนใจได้ต่าง ๆ กันไปค่ะ เราลองมาดูกันนะคะ ว่าตำแหน่งของไฟในสวนนั้น จะทำให้สวนยามค่ำคืนของเราสวยงามน่ามองอย่างไรได้บ้าง

ตำแหน่งแรกก็คือ ตำแหน่งไฟตามทางเดิืนในสวนค่ะ ไฟในสวนที่ติดในตำแหน่งนี้มักจะเน้นเรื่องความปลอดภัยของผู้ที่เดินอยู่ในสวนยามค่ำคืนเป็นหลัก ไฟจะช่วยส่องสว่างให้เห็นทางเดินและทำให้ผู้ที่เดินทราบว่าทิศทางของการเดินไปทางไหน และเริ่มเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนระดับสูง-ต่ำตรงไหนบ้างหรือไม่




ไฟในสวนที่ทำให้เกิดรูปทรง ไฟชนิดนี้จะใช้เพื่อให้มองเห็นรูปทรงของต้นไม้ค่ะ โดยตำแหน่งที่ติดไว้นั้น ก็จะอยู่ทางด้านหลังของต้นไม้




ไฟที่ทำให้เกิดแสง-เงา การติดตั้งไฟตำแหน่นี้มักจะติดทางด้านหน้าของต้นไม้ เพื่อให้เกิดเงาของต้นไม้บนกำแพงหรือผนังที่อยู่ทางด้านหลังของต้นไม้




ไฟที่ทำให้เกิดเงาด้านล่าง เรามักจะติดไฟตำแหน่งนี้เพื่อให้เห็นเงาของกิ่งก้านและใบบนพื้น โดยจะติดตั้งไฟไว้สูงบนต้นไม้ และส่องไฟลงมาด้านล่้างน่ะนะคะ




ไฟที่ทำให้เกิดเงาด้านบน เพื่อให้เกิดแสงสว่างตามจุดที่ต้องการบนต้นไม้ โดยติดตั้งไฟในตำแหน่งที่ต่ำและส่องไฟขึ้นด้านบนต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่สวยงาม




ข้อควรระวังในการติดไฟในสวนก็คือ พยายามอย่าให้ตำแหน่งของแสงไฟนั้นส่องตาผู้ที่เดินไปมาในสวนนะคะ และพยายามให้ระดับแสงสว่างจากภายในบ้านเท่ากับแสงสว่างภายนอกบ้าน ถ้าแสงไฟในสวนมืดเกินไป อาจทำให้ประตูหน้าต่าง หรือผนังที่เป็นกระจก สะท้อนภาพของสิ่งของภายในห้อง ทำให้เหมือนกระจำเงา มีผลทำให้ผู้ที่นั่งอยู่ภายในบ้านรู้สึกอัดอัดไม่สบาย และไม่มีโอกาสมองเห็นบรรยากาศภายนอกสวนได้ค่ะ :)




เรียบเรียงจาก หนังสือคู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง
ภาพประกอบจาก อิเตอร์เน็ต

ไฟในสวน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกที่น่ารักทุกท่าน

เพื่อน ๆ บล้อกหลาย ๆ ท่านที่ชื่นชอบบรรยากาศอันสงบร่มรื่นของสวนยามกลางวัน ก็คงอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมาใช้กิจกรรมครอบครัวหรือผ่อนคลายส่วนตัวใน สวน ยามค่ำคืนบ้างน่ะนะคะ  การเลือกที่จะติดไฟฟ้าหรือเพิ่มแสงสว่างให้กับสวนอย่างถูกตำแหน่ง นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามแปลกตาให้กับสวนยามค่ำคืนแล้ว ยังทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบกายและเพิ่มความปลอดภัยในยามค่ำคืนได้อีกด้วย

ในวันนี้บล้อกสวนแสนรัก มีสาระดี ๆ เกี่ยวกับการเลือกใช้ไฟในสวนมาฝากกันค่ะ เรามาดูกันนะคะ ว่าแสงไฟและตำแหน่งของไฟฟ้าที่ติดในสวนอย่างเหมาะสมนั้น ควรติดตำแหน่งไหนและควรคำนึงถึงอะไรบ้าง

ตำแหน่งที่นิยมติดไฟในสวน นั้น จุดแรกก็คือบริเวณที่ใกล้กับทางเดิน ระเบียง สระว่ายน้ำ และบริเวณที่มีพื้นที่ต่างระดับค่ะ รูปแบบของโคมไฟที่ติดอยู่ในบริเวณนี้ ควรเป็นโคมไฟที่มีความกลมกลืนกับสวน โดยที่หากเป็นไฟสนามก็ควรสูงประมาณ 2 เมตร ให้เกินระดับสายตา แต่หากเป็นไฟส่องทางก็ควรต่ำคว่าระดับสายตา คือมีความสูงราว 1 เมตร




นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถติดไฟแสงสว่างไว้ที่บริเวณอื่นของสวนได้เช่นกัน อาทิเช่น

ติดไฟที่กำแพง ซึ่งจะเป็นการสร้างจุดเด่นให้กับสวนและตัวกำแพงเอง โคมไฟที่ใช้บริเวณกำแพงนี้ควรใช้โคมไฟรูปแบบหรือสีต่าง ๆ มาประดับ จึงจะให้ความรู้สึกที่เก๋ไก๋และมีสไตล์ เหมาะกับสวนที่มีลักษณะโปร่ง โล่ง เพราะจะทำให้กำแพงในสวนดูเด่นเป็นสง่า ซึ่งก็เหมาะกับสวนสมัยใหม่น่ะนะคะ





ติดไฟใต้น้ำ ไฟใต้น้ำนี้เป็นไฟที่เน้นเฉพาะจุดเพื่อความสวยงามค่ะ การติดไฟใต้น้ำจะทำให้สวนดูมีมิติ ให้ความรู้สึกแบบคลาสสิค เหมาะกับสวนที่ตกแต่งสไตล์บาหลีที่มีต้นไม้ทึบ ๆ ข้อควรระวังในการติดตั้งไฟใต้น้ำก้คือ ดวงไฟและอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องกันน้ำได้ สายไฟและขอบโคมมีสายยางโดยรอบ และสายไฟควรเป็นยางหนาพิเศษ เหนียวและไม่เปราะแตกง่ายเมื่อถูกแสงแดดหรือความร้อน ที่สำคัญการติดไฟใต้น้ำแบบนี้ควรมีเบรกเกอร์และสายดินประกอบกันเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วด้วยนะคะ




ไฟส่องประดับ ไฟลักษณะนี้มักจะติดประดับเป็นจุด ๆ ค่ะ มีความสูงน้อยกว่า 1 เมตร โดยโคมไฟจะช่วยส่งเสริมงาน landscape ให้เด่นขึ้น เหมาะสำหรับตกแต่งตามทางเดิน ไฟส่องประดับที่เป็นที่นิยมกันก็คือ ไฟแบบเสาเตี้ย และแบบติดพื้นหรือผนังสำหรับส่องทางเดินน่ะนะคะ




ไฟส่องประติมากรรม ไฟชนิดนี้มักจะส่องไปยังรูปปั้น ปฏิมากรรมบนกำแพง หรือส่องที่ไม้ใหญ่ เหมาะสำหรับสวนที่มัลักษณะโล่ง ๆ เรียบ ๆ เพราะไฟส่องประติมากรรมนั้นจะทำให้สวนที่ดูเรียบ ๆ ดูน่าสนใจขึ้นได้ในทันทีน่ะนะคะ





เรี่ยบเรียงจาก หนังสือคู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

คำแนะนำก่อนปลูกต้นไม้

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

เมื่ีอตอนที่แล้ว บล้อก สวนแสนรัก ได้แนะนำวิธีขนถ่าย ลำเลียงต้นไม้ที่เราซื้อหามาเพื่อที่จะมาปลูกที่บ้านกันไปแล้วนะคะ แต่ใครจะรู้บ้างว่าเมื่อนำต้นไม้กลับมาถึงบ้านแล้วควรทำอย่างไรกับต้นไม้เหล่านั้นบ้าง



บล้อกสวนแสนรักในวันนี้ จะมาแนะนำข้อควรปฏิบัติเมื่อเราขนถ่ายต้นไม้กลับมาถึงที่บ้าน และเตรียมตัวที่จะนำไม้นั้นปลูกลงกระถาง หรือลงดินค่ะ

อันดับแรกเลยเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว อย่าเพิ่งให้น้ำต้นไม้ทันทีนะคะ แต่ควรนำต้นไม้นั้นไปตั้งไว้ในที่ร่มเย็นสบาย และอากาศถ่ายเทได้สะดวกเสียก่อน

จากนั้นในระยะแรก ควรให้น้ำแต่น้อยค่ะ อย่าให้น้ำมากจนดินแฉะขัง เมื่อต้นไม้สามารถปรับตัวได้แล้ว ประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงค่อยนำไปวางหรือนำไปปลูกลงดินตามตำแหน่งที่ต้องการ

เมื่อปลูกแล้วควรให้นำอย่างสม่ำเสมอ ควรพรางแสงแดดไว้บ้าง และอย่าเพิ่งให้ปุ๋ยใด ๆ แก่ต้นไม้เป็นอันขาดนะคะ หากต้นไม้มีใบและดอกร่วง นั่นคือผลจากการกระทบกระเทือนขณะที่ขนถ่ายต้นไม้กลับมาที่บ้าน

เมื่อต้นไม้ตั้งตัวดีแล้ิว คือประมาณ 30-50 วัน จึงค่อยให้ต้นไม้รับแสงแดดได้ในช่วงเช้าที่แดดไม่ร้อนจัดจนเกินไป และให้ปุ๋ยได้ตามปกติค่ะ





ขอบคุณที่มา หนังสือ คู่มือจัดสวนสวยด้วยตัวเอง