วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : บอนสี

บอนสี หรือที่เรียกกันแต่เดิมว่า บอนฝรั่ง เป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มีหัวสะสมอาหารอยู่ใต้ดินค่ะ ส่วนที่เจริญขึ้นมานั้นคือก้านใบ ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวติดกับก้านใบ โดยก้านใบจะยาวประมาณ 20-50 เซนติเมตรน่ะนะคะ โคนก้านใบมีกาบใบหุ้มเป็นชั้น เรียงสลับกัน ใบกว้างคล้ายรูปหัวใจ ขนาดประมาณ 8-15 เซนติเมตร ลักษณะ สีสัน และขนาดนั้นก็จะแตกต่างกันตามชนิดของสายพันธุ์




ดอกของบอนสี จะออกจากส่วนกลางของยอด ซึ่งมีก้านดอกชูยาวเท่ากับขนาดก้านใบค่ะ ดอกกลมขอด ปลายแหลมเมื่อบานเต็มที่ โคนดอกกลมเป็นตุ่ม และส่วนปลายแผ่บานใหญ่ เป็นรูปปลมรี มีเกสรเป็นแท่งยาวโผล่ออกมา ดอกมีสีชมพูหรือสีขาว คล้ายกับดอกกวักมงคลน่ะนะคะ

บอนสีได้ชื่อว่าเป็น "ราชินีแห่งไม้ใบ" ค่ะ การปลูกบอนสีเพื่อประดับอาคารบ้านเรือนทั้งภายในและภายนอกนั้น ควรใช้กระถางสูงขนาด 6-10 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก : ใบไม้ผุ : ทราย หรือขุยมะพร้าว อัตราส่วนอย่างละ 1 คลุกเคล้าเป็นดินปลูก และควรเปลี่ยนกระถางและดินปลูกปีละครั้ง การปลูกเพื่อประดับภายในอาคารควรจัดให้บอนสีได้รับแสงบ้าง อย่างน้อย 3-5 วันต่อครั้ง หรืออาจเลือกพันธุ์ของบอนสีที่เหมาะสำหรับปลูกในที่ร่มก็ได้ เช่น บอนชนิดใบเขียว

การปลูกในแปลงปลูก นิยมปลูกประดับเป็นแนวรั้วบ้าน หรือบริเวณสวนหน้าบ้านค่ะ โดยคนโบราณนิยมปลูกบอนสี เนื่องจากบอนสีจัดเป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความเชื่อว่าบ้านใดปลูกไว้ประจำบ้าน จะช่วยคุ้มครองให้เกิดความสงบสุข เพราะบอนสีเป็นพรรณไม้ ที่ปลูกไว้คู่บ้านคู่เมืองมานานแล้ว โดยนิยมปลูกในพระราชวังของขุนนางข้าราชการในสมัยโบราณ ดังนั้นคนไทยจึงนำมาปลูกไว้ประจำบ้านด้วย เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย นอกจากนี้ชุดพันธุ์ของบอนสี ยังเป็นไม้มงคลนามอีกด้วย เช่น ชุดเทวดาประจำเรือน ชุดราชา เป็นต้น

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : ธรรมรักษา

ธรรมรักษา นั้น เป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มีมากมายหลายพันธุ์ค่ะ  ลักษณะเด่นก็คือมีลำต้นอวบน้ำ ที่ต้องการแสงแดดร่ม รำไต จนถึงแดดจัด โดยลำต้นของต้นธรรมรักษาจะอยู่ใต้ดิน เรียกว่า เหง้า มีลักษณะคล้ายกับกล้วย และมีความสูงราว 1-2 เมตร

ต้นธรรมรักษา จะเจริญเติบโตด้วยการแตกหน่อออกมาเป็นกอ ใบเรียงตัวสลับกัน ลักษณะใบคล้ายใบกล้วยหรือพุทธรักษา สีเขียว ผิวเรียบเป็นมัน ขนาดของใบก็ขึ้นก็ชิดของพันธุ์น่ะนะคะ ดอกเป็นช่อออกตรงส่วนยอดของลำต้น ลักษณะช่อดอกตั้งและห้อยลง แล้วแต่ชนิดของพันธุ์เช่นกัน มีสีหลากหลายเช่น เหลือง ชมพู แดง ผลก็คือส่วนของดอกที่เมื่อแก่ก็จะกลายเป็นเมล็ดน่ะนะคะ

การปลูกธรรมรักษา นั้น นิยมปลูกในแปลงหรือปลูกในสวนค่ะ มักปลูกเป็นกอเป็นจำนวนมาก เพราะจะได้เห็นความสวยงามของดอกได้เด่นชัดขึ้น โดยใช้แปลงกว้างประมาณ 12 เมตร ยกดินเป็นร่องคล้ายกับแปลงปลูกผัก ขนาดหลุมปลูกประมาณ 30x30x30 เซนติเมตร เตรียมดินด้วยการไถพรวน แล้วจึงทำการปลูก

การปลูกในสกระถางเพื่อประดับอาคารบ้านเรือน ก็ยังคงนิยมปลูกประดับภายนอกอาคารเช่นกัน ควรใช้กระถางสูงขนาดราว 10-16 นิ้ว และควรเปลี่ยนกระถาง 1-2 ปีต่อครั้ง เพื่อไม่ให้การขยายตัวของรากแน่นเกินไป และเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่แทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพลงน่ะนะคะ

ในสมัยโบราณเชื่อกันว่า ธรรมรักษา คือ พันธุ์ที่เหมาะสำหรับการปลูกเพื่อเพิ่มสิริมงคลค่ะ เนื่องจากชื่อของต้นไม้ชนิดนี้ มีความหมายไปในทางที่ดี เพราะธรรมรักษาหรือธรรมะนั้น คือการรักษาในสิ่งที่ดีงาม หรือ ผู้ที่มีคุณธรรมซึ่งควรแก่การเคารพบูชา ดังนั้น ธรรมรักษา จึงหมายถึง การช่วยคุ้มครองรักษาให้แคล้วคลาด จากภัยอันตรายทั้งปวง และคนในบ้าน ก็จะมีคุณธรรมอันดีงามเสมอไป

คนไทยนิยมใช้ดอกธรรมรักษามาบูชาพระน่ะนะคะ เพราะเชื่อว่า เป็นดอกไม้ที่เหมาะสำหรับบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และเชื่อกันว่า หากครอบครัวใด ที่ปลูกต้นธรรมรักษาเอาไว้ในบริเวณบ้าน สมาชิกทุกคนภายในบ้าน ก็จะได้รับการปกป้องคุ้มครองแคล้วคลาดจากอันตราย คนในครอบครัวจึงมีแต่ความสงบสุข ร่ีมเย็นนั่นเองค่ะ




วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : ทองอุไร





ทองอุไร หรือ ดอกสร้อยทอง นั้นเป็น ไม้มงคลนาม อีกชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกกันไว้ในบริเวณบ้านตั้งแต่สมัยโบราณค่ะ คนโบราณเชื่อกันว่า ทองอุไรจะเสริมโชคชะตาของผู้ปลูก ให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองร่ำรวยมั่งคั่ง สมดั่งชื่อทองอุไร

นอกจากความเชื่อในเรื่องของโชคลาภทางด้านเงินทอง ตามชื่อไม้ล้มลุกนี้แล้ว ยังเชื่อกันว่า ทองอุไร จะเสริมวาสนาบารมี ช่วยให้ผู้ปลูกไม้นี้ ได้มีเกียรติมีลาภยศสูงส่งอีกด้วย

ลักษณะของต้นทองอุไรนั้น จะเป็นไม้พุ่มขนาดกลางสูง 2-4 เมตร ไม่ผลัดใบค่ะ มีเรือนยอดทรงกลมถึงรูปไข่ และมีทรงพุ่มโปร่ง ลำต้นตั้งตรง ใบเป็นใบรูปหอก หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ประกอบแบบขนนกสองชั้น กว้างราว 14-16 เซนติเมตร ยาว 20-23 เซนติเมตร มีใบย่อย 5-11 คู่ เรียงตรงข้าม ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใจจักฟันซี่แผ่นใบบาง ผิวใบด้านบนสีเขียวสด ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ แยกแขนงที่ปลายกิ่ง ดอกสีเหลืองสด ก้านช่อดอกยาว 7-11 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงสีเขียว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 แฉก คล้ายรูปแตร ดอกร่วงง่าย น่ะนะคะ





ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : ทองหลาง

ทองหลาง นั้น จัดเป็นไม้มงคลที่คนโบราณนิยมปลูกอีกชนิดหนึ่งค่ะ ในสมัยโบราณมีความเชื่อกันว่า บ้านใดปลูกทองหลางเอาไว้ภายในบริเวณบ้าน ครอบครัวก็จะประสบกับความเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทองมากมาย เรียกได้ว่าเข้าขั้นเศรษฐีเลยทีเดียว อีกทั้งใบทองหลางนั้น ยังมีสีเหลืองแซมราวกับประกายของทองคำบริสุทธิ์เรืองรองจับตา เมื่อผู้ใดได้พบเห็นก็จะรู้สึกเย็นตาเย็นใจ




นอกจากนี้แล้ว ยังมีความเชื่ออีกว่า ต้นทองหลางเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ปลูกบนสวรรค์ในสมัยพุทธกาล จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ต้นประวาลพฤกษ์ หรือ ต้นปาริชาต เพื่อความเป็นสิริมงคล ควรปลูกต้นทองหลางไว้ทาง ทิศเหนือ ผู้ปลูกควรเป็นผู้ที่เกิดใน ปีมะแม เพราะต้นทองหลางเป็นต้นไม้ประจำปีมะแม ถ้าหากผู้อาศัยในบ้านเกิดปีมะแมด้วยแล้วก็จะเป็นมงคลมากยิ่งขึ้นน่ะนะคะ

ลักษณะโดยทั่วไปของทองหลาง เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ค่ะ ไม้ชนิดนี้ต้องการแสงแดดจัด มักปลูกไว้กลางแจ้ง ลำต้นมีความสูงประมาณ 10-20 เมตร ผิวเปลือกของลำต้นบาง มีสีเทาหรือเหลืองอ่อน ๆ ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมคม ใบเป็นใบรวม ออกเป็นช่อ มีประมาณ 3 ใบ รูปร่างคล้ายใบโพธิ์ ขนาดใบกว้างราว 2-3 นิ้ว ยาว 25 นิ้ว ผิวใบเขียวหรือด่างเหลือง ๆ ใต้ท้องใบมีสีขาวขุ่น ก้านช่อยาวประมาณ 3-5 นิ้ว ดอกออกเป็นช่อ ติดกันเป็นกลุ่ม ออกดอกตามบริเวณข้อต้น หรือโคนก้านใบ ลักษณะดอกคล้ายดอกถั่ว มีสีแดงหรือชมพู กลีบดอกกว้างประมาณ 1-2 นิ้ว ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ผลเป็นฝักแบบโค้งเล็กน้อย โคนฝักลีบเล็ก ผลฝักแก่จะแตกที่ปลายอ้าออก มีเมล็ดเป็นเหลี่ยม ลักษณะของต้น ใบ ดอก แตกต่างกันไปตามชนิดของพันธุ์น่ะนะคะ ชนิดของทองหลางที่นิยมปลูกเป็นไม้มงคลได้แก่ ทองหลางด่าง และทองหลางบ้านค่ะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : ทรงบาดาล

ต้นทรงบาดาล หรือบ้างก็เรียกกันว่า ต้นขี้เหล็กหวาน,ตรึงบาดาล นั้น จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ที่ต้องการแสง แดดจัด ชนิดหนึ่งค่ะ ลำต้นของต้นทรงบาดาลนั้นจะมีความสูงประมาณ 5-10 เมตร ทรงพุ่ม มีการแตกกิ่งก้านสาขามาก และแน่นทึบ ใบเป็นใบรวมออกเป็นแผงบนก้านใบ แผงใบยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร ใบเรียบอยู่บนแผงเป็นคู่ มีประมาณ 8-12 ใบ ลักษณะใบเป็นรูปมน พื้นใบสีเขียว เกลี้ยง ขนาดใบกว้างราว 1 เซนติเมตร ยาว 2-3 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อ สีเหลือง ตามส่วนยอดของลำต้น ดอกบานเต็มที่ประมาณ 2-3 เซนติเมตร มีกลีบดอก 5 กลีบ ฝักมีลักษณะแบน ผิวเป็นคลื่นซึ่งมีเมล็ดอยู่ภายใน


การปลูกทรงบาดาล นั้น นิยมปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านค่ะ ขนาดหลุมปลูกอยู่ที่ประมาณ 30x30x30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักดินร่วน ในอัตราส่วน 1:2 ผสมดินปลูก

ต้นทรงบาดาลนั้น จัดเป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งค่ะ คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นทรงบาดาลไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดความยิ่งใหญ่ กว้างขวาง เพราะทรงบาดาลคือผู้เป็นใหญ่แห่งนาคพิภพในชั้นบาดาล และยังมีบางคนกล่าวว่าทรงบาดาลหรือ ทรงบันดาล คือการเกิดขึ้นแห่งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ อีกทั้งดอกทรงบาดาลสามารถออกดอกตลอดปี ลักษณะดอกขณะบานมีสีเหลือง เรืองรองดั่งทองอำไพ จึงมีความเชื่อว่าผู้ที่ปลูกจะมีความร่ำรวยมีเงินมีทองเข้ามาเหลือคณานับน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือจัดสวนสวยด้วยตัวเอง 
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : เงินไหลมา

เงินไหลมา นั้นเป็นพรรณไม้เลื้อยที่มีเถายาวค่ะ เป็นไม้ที่ต้องการแสงแดดรำไร หรือในร่ม ลำต้นกลม สีเขียว มีความยาวประมาณ 10-20 เมตร ผิวลำต้นเกลี้ยงและเป็นข้อห่าง ๆ มีรากงอกตามข้อลำต้น แต่ละข้อจะมีกาบใบหุ้มอยู่ ลักษณะใบจะเป็นใบเดี่ยว ออกตามข้อ สลับกัน ก้านใบยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ใบเป็นแฉกประมาณ 5 แฉก ขนาดกว้างราว 3-5 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ส่วนปลายใบเรียวแหลม พื้นใบสีเขียวและมีสีเหลืองปนอยู่บริเวณเส้นใบเล็กน้อย ถ้ามีอายุมากก็จะออกดอกตรงส่วนยอด โดยมีลักษณะดอกคล้ายกับดอกของต้นบอนน่ะนะคะ




การปลูกต้นเงินไหลมานั้น ปลูกได้ทั้งในกระถางและในแปลงปลูกค่ะ สำหรับการปลูกในกระถาง ควรใช้กระถางทรงสูงขนาด 10-16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก : แกลบ : ขุยมะพร้าว : ดินร่วน ในอัตรา 1:1:1:1 ผสมดินปลูก เมื่อปลูกแล้วให้ใช้ไม้หลักปักไว้ตรงกลางกระถาง เพื่อใช้เป็นที่ยึดเกาะของราก (ควรเป็นไม้หลักที่หุ้มด้วยกาบมะพร้าว) และควรเปลี่ยนกระถางเมื่อมีอายุประมาณ 2-3 ปีด้วยนะคะ

การปลูกต้นเงินไหลมาในแปลงปลูกนั้น มักปลูกตามบริเวณรอบโคนไม้อื่น หรือทำร้านเพื่อให้รากยึดเำกาะและเลื้อยขึ้นได้ค่ะ หากปลูกเป็นกลุ่มเพื่อตกแต่งบริเวณสวนต้องทำให้พุ่มเตี้ย และควรตัดยอดออกบ้างพอเหมาะสม หรือให้เลื้อยไปตามพื้นดินก็ได้

ในสมัยโบราณนิยมปลูกเงินไหลมาเป็นไม้มงคลประจำบ้านค่ะ คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นเงินไหลมาไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความร่ำรวย เพราะ เงินไหลมา เป็นไม้มงคลนาม สามารถทำให้เงินทองไหลมาสู่บ้านและผู้อาศัย จึงทำให้เกิดความมั่งมี และยังมีความเชื่ออีกว่าต้นเงินไหลมายังช่วยสร้างความเป็นเสน่ห์แก่บ้านและผู้อาศัย เพราะลักษณะใบของต้นเงินไหลมามี สีสรร สวยงาม สีกลางใบคล้ายสีเงินนั่นเองน่ะนะคะ :)




ข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : คล้า หรือพุทธรักษาน้ำ

คล้า เป็นพรรณไม้ที่มีหัวหรือเหง้าอยู่ในดินค่ะ ลำต้นจะเจริญเติบโตด้วยการแตกเป็นกอ ต้องการแสงแดดร่มรำไรจนถึงแดดจัด ลำต้นของคร้าเป็นไม้อวบน้ำ มีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ใบเป็นใบของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ออกใบเป็นกาบหุ้มลำต้นสลับกัน และมีัก้านใบต่อกับแผ่นใบ ใบมีลักษณะคล้ายรูปไข่ ปลายใบเว้าหรือแหลม ขนาด และสีสัน รวมไปถึงลักษณะใบจะแตกต่างกันตามชนิดของพันธุ์ คร้าจะออกดอกที่ปลายยอด หรือตามซอก กาบใบ โดยออกดอกเป็นคู่ ลักษณะดอกเล็ก รวมกันเป็นช่อ มีสีสันแตกต่างกันไปตามชนิดของสายพันธุ์



การปลูกคร้า ในกระถาง เพื่อประดับภายในแบะภายนอกอคาร ควรใช้กระถางสูง 8-14 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : แกลบผุ : ดินร่วน ในอัตรา 1:1:1 ผสมดินปลูก และควรเปลี่ยนกระถางทุก  ๆ 1-2 ปี/ครั้ง ถ้าจะปลูกเพื่อประดับภายในอาคาร ก็ควรนำคร้า่ออกรับแสงแดดบ้าง อย่างน้อย 3-5 วันต่อครั้งนะคะ




การปลูกคร้าในแปลงปลูกนิยมปลูกไว้ริมรั้วค่ะ ถ้าจะให้สวยงามควรปลูกไว้เป็นกลุ่ม เพื่อเพิ่มความสวยงามเด่นชัดขึ้น

ชาวไทยแต่โบราณเชื่อกันว่า คร้าเป็นไม้มงคล ผู้ใดปลูกคร้าไว้ในบ้านจะช่วยคุ้มครองรักษาบ้านให้มีความสงบสุข เพราะคร้า หรือคลุ้ม คือการคุ้มครอง นอกจากนี้ยังถือว่าคร้า คือ คร้าคลาด หรือ แคล้วคลาด คือการแคล้วคลาดจากศัตรูทั้งปวง นอกจากนี้คนไทยโบราณยังเรียกคล้าว่า พุทธรักษาน้ำ คล้าจึงถือเป็นพืชมงคลนามอีกชนิดหนึ่งเช่นกันน่ะนะคะ


เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : เข็ม

ต้นเข็ม เป็นพรรณไม้ยืนต้นที่มีพุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลางค่ะ การปลูกเข็มนั้นต้องปลูกกลางแจ้ง นั่นเพราะเข็มเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัดนั่นเอง ลักษณะโดยทั่วไปของต้นเข็ม จะมีลำต้นสูงประมาณ 3-5 เมตร ลำต้นเป็นต้นเดี่ยวหรือแตกกอ สีน้ำตาล กิ่งยอดมีสีเขียว แตกกิ่งตรงขึ้นด้านบน ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่สลับกันรอบต้นและกิ่ง ใบแข็ง เปราะ มีสีเขียวสด โคนใบมน ปลายใบแหลม ลักษณะใบจะมีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันไปตามชนิดของพันธุ์นะ่คะ สำหรับดอกเข็มนั้น จะออกเป็นช่อค่ะ โดยออกตรงส่วนยอดซึ่งมีก้านดอกชูไว้ ภายในช่อประกอบด้วยดอกเล็ก ๆ ลักษณะเป็นหลอดเล็ก ๆ ซึ่งมีกลีบอยู่ด้านบนประมาณ 4-5 กลีบ กลีบเล็กแหลม ลักษณะดอกและสีสันต่างกันไป เข็มที่เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้มงคลได้แก่ เข็มขาว เข็มพญาอินทร์ เข็มเศรษฐีพัทยา

การปลูกเข็ม ในกระถางนั้น นิยมใช้กระถางทรงสูงขนาด 8-12 นิ้วค่ะ ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : แกลบผุ : ดินร่วน ในอัตรา 1:1:1 ผสมดินปลูก และควรเปลี่ยนกระถางปีละครั้ง

สำหรับการปลูกในแปลงปลูกนั้น นิยมปลูกเป็นกลุ่มเพื่อตกแต่งสวนบริเวณบ้าน หรือปลูกเป็นแนวรั้วก็ได้ค่ะ โดยใช้ขนาดหลุมปลูก ประมาณ 30x30x30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน ในอัตรา 1:2 ผสมดินปลูก และเมื่อเข็มโตแล้ว ก็สามารถตัดแต่งพุ่มทรงให้เป็นรูปทรงตามความเหมาะสมของผู้ปลูกได้นะคะ



ตั้งแต่สมัยโบราณมา คนไทยเราเชื่อกันว่า บ้านใดปลูกเข็มไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีความฉลาดหลักแหลมน่ะนะคะ เพราะเข็มคือสิ่งที่มีความแหลมคม ดังนั้นคนไทยโบรานจึงใช้ดอกเข็มในพิธีไหว้ครูเพื่อจะได้เป็นนักปราชญ์ที่มีสติปัญญาฉลาดเฉียบแหลม นอกจากนี้ยังใช้ดอกเข็มเป็นเครื่องบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพิธีทางศาสนาอีกด้วย

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นเข็มไว้ ทางทิศตะวันออกค่ะ โดยผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพือเอาประโยชน์ทั่วไปทางดอก ให้ปลูกในวันพุธน่ะนะคะ :)



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : ข่อย

ไม้มงคลชื่อแปลกอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งนิยมปลูกไว้ภายในบริเวณอาคารบ้านเรือนของคนไทยก็คือ พรรณไม้ที่ชื่อว่า ข่อย ค่ะ

ข่อย นั้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ที่ต้องการแสงแดดจัด นิยมปลูกไว้กลางแจ้ง ลำต้นมีความสูงราว 10-12 เมตร เปลือกบริเวณผิวของลำต้นมีสีเทาค่อนข้างขาว โคนลำต้นตรงแต่ส่วนบนค่อนข้างคดงอเป็นปุ่มปมและเป็นร่องเล็กน้อย ทรงพุ่มของข่อยจะทึบ ค่อนข้างกลม หรือเป็นรูปทรงกระบอก ใบสีเขียว แตกออกจากปลายกิ่ง มีขนาดเล็ก หนา หยาบ คล้ายกระดาษทราย ขอบใบเรียบ โคนใบมน ปลายใบแหลม ออกดอกเป็นช่อ ดอกมีขนาดเล็ก สีขาวและเหลือง ผลกลมเล็กเท่าหัวเข็มหมุด




การปลูกข่อย เพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน ใช้ขนาดหลุมปลูก 50x50x50 เซนติเมตร ใ้ช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน ในอัตรา 1:2 ผสมดินปลูก หากปลูกใส่กระถาง เพื่อประดับภายนอกอาคารบ้านเรือน ควรใช้กระถางสูง 12-24 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน ในอัตร 1:1 ผสมดินปลูก และควรเปลี่ยนกระถางทุก 2-3 ปี/ครั้ง การปลูกทั้งสองวิธี ผู้ปลูกสามารถตัดแต่งและบังคับทรงพุ่มให้เหมาะสมตามความต้องการได้น่ะนะคะ

ในสมัยโบราณถือว่า ข่อย นั้นเป็นไม้มงคลค่ะ เชื่อกันว่า หากปลูกต้นข่อยไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความมั่นคง ช่วยป้องกันศัตรูจากภายนอกได้ เพราะต้นข่อยเป็น ต้นไม้ที่มีโครงร่างแข็งแรง คงทน การปลูกต้นข่อยนั้น ควรปลูกในวันเสาร์ โดยผู้ลงมือปลูกควรเป็นผู้ชาย เพื่อช่วยเสริมพลังความแข็งแรงคงทน คล้ายกับหนุ่มในวัยฉกรรจ์นั่นเอง ทิศทางที่เหมาะสำหรับปลูกต้นข่อยคือทางทิศตะวันออกของบ้านน่ะนะคะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต


พรรณไม้มงคล : ขนุน

ขนุน นั้นจัดเป็นไม้ยืนต้น-ไม้ผลเขตร้อน ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีอายุยืนค่ะ โดยลำต้นของขนุนนั้นจะสูงราว 10-25 เมตร ลักษณะลำต้นตั้งตรง เนื้อไม้เป็นไม้เนื้ออ่อนสีเหลือง ใบลักษณะยาวเรียวรูปไข่ หรือยาวรีขนาดใหญ่ เนื้อใบหนา หยาบ หน้าใบมีสีเขียวเข้ม ผิวใบเป็นมันและเป็นขน ดอกของขนุน มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันอยู่คนละดอกนะ่คะ แต่ก็อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวเมียจะออกตามลำต้นและกิ่ง ส่วนดอกตัวผู้จะออกตามปลายของกิ่งอ่อน โดยดอกตัวผู้นั้นจะมีกลีบนอก 2 อัน ยาวรีเหมือนกาบดอก มีเกสรตัวผู้ 1 อัน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "ส่า" เพราะมีกลิ่นคล้ายส่าเหล้า เมื่อดอกตัวผู้ผสมแล้วก็จะร่วงหลุดไป ส่วนดอกตัวเมียเมื่อได้รับการผสมก็จะเจริญกลายเป็นผลต่อไปค่ะ

ผลของขนุนนั้นมีลักษณะเป็นแบบผลรวมค่ะ มีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก ลักษณะผลก็แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่เป็นรูปไข่ถึงยาวรี หรือผลกลม เปลือกนอกของผล ผิวจะเต็มไปด้วยหนามสั้น ๆ ทู้ ๆ เมื่้อผลยังไม่แก่เปลือกหนามจะเป็นสีเขียวอ่อน แล้วค่อย ๆ กลายเป็นสีเหลือง และน้ำตาลเมื่อผลแก่เต็มที่ เนื้อของขนุนมีสีเหลืออ่อน จนถึงเหลืองแก่ค่ะ รสชาดหวานหอม เนื้่อนิ่มไปจนถึงแข็งกรอบแล้วแต่ชนิดของพันธุ์น่ะนะคะ



ขนุน

การปลูกขนุน สามารถปลูกได้ในดินทั่วไปทุกภาคของประเทศค่ะ เพียงแต่ต้องไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่ที่ปลูกเท่านั้น ดินที่เหมาสมควรเป็นดินร่วน หรือดินร่วนปนทรายที่สามารถระบายน้ำได้ดี พื้นที่ที่ปลูกต้องมีน้ำอย่างเพียงพอแต่ไม่ขังแฉะ เพราะขนุนไม่ชอบพื้นที่ลุ่มน้ำขังแฉะ โดยเฉพาะเมื่อต้นขนุนยังเล็กน่ะนะคะ

ในสมัยโบราณนิยมปลูกขนุนไว้ท้ายบ้านค่ะ โดยมักจะปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ (หรดี) ขนุนนั้นจัดเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งซึ่งเชื่อกันมาแต่โบราณว่า การปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้านจะช่วยเกื้อหนุนชีวิต บุญบารมี และเงินทอง แม้ว่าจะเดินทางไปแห่งไหน ก็จะมีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ นอกจากนี้ชาวเหนือยังใช้ใบขนุนร่วมกับใบพุทรา ใบพิกุล นำมาซ้อนกันแล้วนำไปไว้ในยุ้งข้าวตอนเอาข้าวขึ้นยุ้งใหม่ๆ ด้วยน่ะนะคะ เชื่อกันว่า การทำเช่นนี้จะทำให้เกิดผลหนุนนำและส่งผลให้มีข้าวกินตลอดปีและตลอดไปค่ะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : โกสน

คนไทยในสมัยก่อนมักนิยม ปลูกต้น โกสน ไว้แทบทุกบ้านค่ะ นั่นเพราะมีความเชื่อว่าโกสนเป็นไม้มงคล บ้านใดปลูกไว้จะทำให้เกิดบุญบารมี จะช่วยคุ้มครองให้ทุกคนในครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

โกสน นั้นเป็นพรรณไม้ยืนต้นประเภทไม้พุ่มขนาดย่อมค่ะ ลำต้นของโกสนมีความสูงประมาณ 3-5 เมตร ผิวลำต้นเรียบสีน้ำตาลปนเทา ลำต้นตรง แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มตรงกลม ใบแตกออกจากต้นและปลายกิ่ง ลักษณะใบมีรูปร่าง สีสัน และขนาดแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ชนิดพันธุ์ ดอก ออกเป็นพวงห้อยลงมาด้านล่าง ซึ่งออกมาจากปลายกิ่ง พวงหนึ่งยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ดอกมีสีขาว ขนาดดอกเล็กมาก มีกลีบดอก 5 กลีบ ดอกบานเต็มที่จะเห็นเกสรตัวผู้เป็นสันฝอย การบานของดอกเป็นรูปทรงกลม พันธุ์โกสนที่ใช้ปลูกเป็นไม้มงคล อาทิ เหรียญทอง ไกรทอง ทับทิมทอง ทองอุไร ผู้ชนะสิบทิศ มหาราช หมื่นหาญ รัตนโกสินทร์ และเศรษฐีสุพรรณ




การปลูกโกสนในแปลงปลูกเพื่อประดับภายนอกอาคารบ้านเรือนนั้น ควรใช้กระถางทรงสูง ขนาด 10-16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ขุยมะพร้าว : ดิ่นร่วน อัตรา 1 : 1 : 1 ผสมดินปลูก และควรเปลี่ยนกระถาง 1-2 ปี/ครั้ง

สำหรับการปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน มักนิยมปลูกเป็นแนวรั้ว หรือปลูกไว้บริเวณหน้าบ้าน ขนาดหลุมปลูก 30x30x30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน ในอัตรา 1:2 ผสมดินปลูก

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : แก้ว

แก้ว เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางค่ะ

มีความเชื่อกันว่า ดอกแก้ว เป็นไม้มงคล-ดอกหอม ที่นำมาซึ่งความสงบ ผู้ที่ปลูกต้นแก้วไว้ในบ้านจะเป็นผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ใจดี ใสสะอาด มีความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ เป็นผู้มีความเบิกบานค่ะ แม้แต่ในพิธีการที่สำคัญทางศาสนาแต่โบราณก็นิยมใช้ดอกแก้ว เพราะถือว่า มีสีขาวสะอาดและมีกลิ่นหอมอันบริสุทธิ์




แก้วนั้นเป็นไม้ที่ต้องการแสงแดดจัดนะคะ จึงเหมาะที่จะปลูกไว้กลางแจ้ง มีความสูงประมาณ 5-10 เมตร เปลือกลำต้นมีสีขาวปนเทา ลำต้นแตกเป็นสะเก็ด เป็นร่องตามแนวยาว การแตกกิ่งก้านของทรงพุ่มไม่ค่อยเป็นระเบียบ ใบออกเป็นช่อเป็นแผง ออกใบเรียงสลับกัน ช่อหนึ่งประกอบด้วยใบย่อยประมาณ 4-8 ใบ ใบเป็นมัน สีเขียวเข้ม หากขยี้ดูจะมีกลิ่นฉุน ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ขนาดใบกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3-6 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อใหญ่ ช่อสั้นออกตามปลายกิ่งหรือยอด ช่อหนึ่ง ๆ มีดอกประมาณ 5-10 ดอก ดอกมีกลีบ 5 กลีบ สีขาว กลิ่นหอม บานกว้างเต็มที่ราว 2-3 เซนติเมตร ผลรูปไข่ รี ปลายทู่ มีสีส้ม ภายในมีเมล็ด 1-2 เมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด แลชะการตอนค่ะ

การปลูกคต้นแก้ว นั้น หากปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณ คนโบราณมักนิยมปลูกไว้เป็นแนวรั้วของบ้านนะคะ ขนาดหลุมปลูกจะอยู่ราว 30x30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก การปลูกแบบนี้สามารถปลูกเป็นกลุ่ม หรือเป็นแถวก็ได้ค่ะ และสามารถตัดแต่งกิ่งบังคับทรงพุ่มได้ตามความต้องการ

การปลูกในกระถางเพื่อประดับอาคาร ควรใช้กระถางสูงขนาทด 12-16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่้วน ในอัตรา 1 : 1 ผสมดินปลูก และควรเปลี่ยนกระถางทุก ๆ 1-2 ปี/ครั้ง





เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือจัดสวนสวย ด้วยตนเอง
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรรณไม้มงคล : กุหลาบ

กุหลาบ  เป็นพรรณไม้ที่คนทั่วไปรู้จักกันดีค่ะ เพราะได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากดอกกุหลาบนั้นมีความงดงาม ดึงดูดใจ และยังมีกลิ่นหอมชวนประทับใจอีกด้วย

กุหลาบเป็นต้นไม้ที่มีดอกหลายสี ทั้งแดง ขาว เหลือง ชมพู แสด ม่วง ซึ่งความสวยงามของกุหลาบนั้น ทำให้ได้รับขนานนามว่า เป็นราชินีแห่งดอกไม้เลยทีเดียว เพราะมีรูปลักษณ์เป็นที่ต้องใจแก่ผู้พบเห็น

กุหลาบ จัดเป็นไม้ดอกประเภทพุ่มผลัดใบค่ะ มีลำต้นตั้งตรงหรือเลื้อย แข็งแรงมีใบย่อย 3-5 ใบ ใบมีสีเขียวเข้มเป็นมันและมีรอยย่นเล็กน้อย ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มี 2 เพศในดอกเดียวกัน มีเกสรตัวผู้และตัวเมียเป็นจำนวนมาก มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน 

การปลูกกุหลาบ เพื่อเพิ่มหรือประดับบริเวณบ้านในสวยงามนั้นนิยมปลูกในแปลงปลูกค่ะ ขนาดหลุมปลูกจะอยู่ที่ประมาณ 30x30x30 ซม. ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดิ่นร่วน อัตรา 1:2 ผสมดินปลูก ส่วนการปลูกกุหลาบในกระถาง เพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร ให้ใช้กระถางทรงสูงขนาด 10-16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ขุยมะพร้าวหรือแกลบผุ : ดินร่วน ในอัตรา 1:1:1 ผสมดินปลูก และควรเปลี่ยนกระถางทุก 1-2 ปี/ครั้ง เพื่อช่วยเปลี่ยนดินปลูกใหม่และให้รากและพุ่มซึ่งขยายตัวไม่แน่นจนเกินไปน่ะนะคะ

คนโบราณเชื่อว่าหากครอบครัวใดปลูกกุหลาบเอาไว้ภายในบริเวณบ้าน ก็จะช่วยเพิ่มความสง่างามให้แก่บ้านได้เป็นอย่างดี เพราะดอกกุหลาบที่ชูช่อบานนั้น จะสวยงามโดดเด่นจนใครๆ ต่างก็ชื่นชม และยังเชื่อกันอีกว่าหากบ้านใดปลูกต้นกุหลาบ สมาชิกทุกคนภายในบ้านก็จะมีโชคลาภ มีชีวิตที่ดี มีความฉลาดปราดเปรื่อง มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นค่ะ

กุหลาบสวย ๆ


ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต
เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือจัดสวนสวยด้วยตนเอง