วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การเก็บเกี่ยวผลฝรั่ง

โดยปกติแล้ว ฝรั่งเวียดนาม ที่ปลูกโดยชาวสวนแบบยกร่องในดภาคกลาง มักจะออกผลได้ถึงปีละ 3 ครั้งน่ะนะคะ โดยจะออกดอกมากที่สุดในเดือนธันวาคมไปจนถึงเมษายน และออกดอกมากอีกครั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ จนถึงฤดูฝน  แต่ปัจจุบันนี้ชาวสวนรู้จักการบำรุงรักษาต้นฝรั่งกันเป็นอย่างดี มีการใส่ปุ๋ยตัดแต่งกิ่งเป็นประจำ ฝรั่งจึงให้ลูกได้เกือบตลอดทั้งปี




สำหรับการติดผลของฝรั่งนั้น หากเป็น ฝรั่งพันธุ์โต บางครั้งในหนึ่งช่ออาจติดผลถึง 3 ผล แต่ก็ควรปลิดออกให้เหลือเพียงผลเดียว เพื่อให้ผลนั้นเจริญเติบโตได้ดี ควรห่อผลด้วยพลาสติกเพื่อกันแมลงเจาะทำลาย หรืออาจใช้กระดาษหนังสือพิมพ์สอดในถุงอีกครั้งเพื่อบังด้านที่โดนแดดจัดเพื่อป้องกันแดดเผาผิว โโยต้องห่อขณะที่ผลยังเขียวจัด หรือมีขนาดผลเท่าลูกหมาก โดยระยะแรกน้ำหนักของผลจะน้อยและค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ก่อนช้าลงและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง หลังห่อผลราวสองเดือนจึงจะเก็บผลได้

การเก็บผลฝรั่งนั้นควรเก็บในช่วงที่อากาศยังไม่ร้อนค่ะ เช่นเก็บในช่วงเช้า ๆ หากเก็บช่วงอากาศร้อนผิวจไม่เต่งตึง เนื้อไม่แน่น เก็บไว้ได้ไม่นาน และเก็บโดยใช้มือปลิืดผลลงมาน่ะนะคะ :)


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วิธีปลูกฝรั่ง

ฝรั่ง นั้นเป็นไม้กลางแจ้งที่ต้องการแสงแดดจัดเป็นพิเศษค่ะ  หากปลูกไว้ใกล้ร่มไม้อื่น หรือถูกเงาของอาคารบ้านเรือนบัง ก็จะทำให้ต้นไม่แข็งแรง กิ่้งก้านยาวเ้ก้งก้าง เจริญแต่ทางใบ ไม่ค่อยเกิดดอกออกผล จึงควรเลือกตำแหน่งปลูกให้อยู่กลางแจ้งและได้รับแสงแดดจัดเสมอน่ะนะคะ




ปกติแล้วต้นฝรั่งเป็นไม้ที่ปลูกง่ายค่ะ การนำต้นพันธุ์มาปลูกจึงดูแต่เพียงว่า มีรากที่ดีเท่านั้น และเนื่องจากทรงพุ่มของฝรั่ง เป็นทรงพุ่มที่ไม่ใหญ่มากนัก จึงควรเว้นระยะปลูกสัก 3 เมตรต่อต้นก็พอ หลังปลูก 1-2 สัปดาห์ควรให้น้ำต้นฝรั่งอย่างสม่ำเสมอ เพราะฝรั่งเป็นไม้ชอบน้ำ หากขาดน้ำก็จะทำให้เติบโตช้า และควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปลูก จากนั้นให้ใส่ปุ๋ยปีละ 2-3 ครั้ง โดยพรวนดินตื้น ๆ และใส่ปุ๋ยรอบรัศมีทรงพุ่ม ไม่ใส่ชิดโคนต้นจนเกินไป

ฝรั่ง นั้นเติบโตเร็วค่ะ และมักจะให้ดอกให้ผลทุกครั้งที่แตกกิ่งก้านสาขาใหม่ ควรตัดแต่งกิ่งทรงพุ่มทุกครั้งหลังเก็บเกี่ยวผล เพื่อให้ต้นได้รับแสงแดดเต็มที่ ซึ่งโดยปกติแล้วก็จะมีลำต้นที่โตได้ถึง 1.5 เมตร แต่เมื่ออายุเกิน 3 ปี ก็จะให้ผลน้อยลง แต่หากให้น้ำสม่ำเสมอก็จะมีผลที่ใหญ่ขึ้นน่ะนะคะ



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ไม้ผลในรั้วบ้าน : ฝรั่ง

ฝรั่ง นั้นเป็นไม้ผลที่มีวิตามินซีสูง มีกากใยมาก และเป็นพันธุ์ไม้ผลที่นิยมปลูกในรั้วบ้านกันมาตั้งแต่สมัยโบราณน่ะนะคะ ฝรั่งพันธุ์ดั้งเดิม คือฝรั่งพันธุ์ขี้นก และฝรั่งจีนนั้นถือว่าเป็นฝรั่งพันธุ์พืิ้นเมืองค่ะ จะมีลูกที่เล็กต่างจากปัจจุบันซึ่งมีฝรั่งที่มีผลใหญ่กว่ามาก




ฝรั่ง เป็นไม้ผลขนาดกลางที่สามารถตัดแต่งทรงพุ่มได้ หากแต่ก็เป็นไม้ผลที่เมื่อปลูกแล้วก็ต้องดูแลพอสมควร เช่น เมื่อผลฝรั่งออกก็ต้องห่อผลไม้ เพื่อป้องกันนกและแมลงมาเจาะกิน

ฝรั่ง ผลโตซึ่งเป็นฝรั่งสมัยใหม่นั้น มีการนำเข้ามาจากประเทศเวียดนามค่ะ รู้จักกันในชื่อพันธุ์กลมสาลี่,แป้นสีทอง และพันธุ์ทูลเกล้า ซึ่งมีผลโตหนักได้ถึงลูกละหนึ่งกิโลกรัมเลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วยังมีลูกดก ปลูกง่าย เมื่อผลแก่แล้วก็สามารถปล่อยผลไว้บนต้นได้นานกว่าฝรั่งพันธุ์อื่น

ฝรั่งอีกชนิดหนึ่งที่อยากจะแนะนำให้ปลูกกันก็คือ พันธุ์บางกอกแอปเปิ้ลค่ะ เนื่องจากพันธุ์นี้จะให้ผลขนาดใหญ่ไม้แพ้ฝรั่งผลโต น้ำหนักผลหนักสุดได้ถึงหนึ่งกิโลกรัม เนื้อหนาแน่นตลอดทั้งผล มีรสชาดคล้ายลูกสาลี่ อมเปรี้ยวนิด ๆ กรอบ สุกช้า แต่ข้อเสียของฝรั่งพันธุ์นี้คือ ติดผลยาก ซึ่งเป็นลักษณะของผลไม้ที่ไม่มีเมล็ดทั่วไปน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกต้นฝรั่งกันค่ะ :)




เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การเก็บเกี่ยวมะพร้าวน้ำหอม

การเก็บเกี่ยว มะพร้าวน้ำหอม นั้น หากเก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสม ก็จะทำให้เราได้ผลมะพร้าวที่มีคุณภาพดี น้ำมีรสหวาน เนื้ออ่อนนุ่มน่าทาน น่ะนะคะ แต่หากเก็บผลที่อ่อนเกินไปน้ำก็จะไม่หวาน รสชาดจะออกเปรี้ยวและไม่มีเนื้อให้รับประทานแต่อย่างใด




มะพร้าวน้ำหอมนั้นจะเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 3 ค่ะ โดยในระยะแรกจะให้ผลน้อย แต่หลังจาก 4 ปีไปแล้ว ก็จะเริ่มติดผลสม่ำเสมอ โดยจะออกช่อดอกที่เรียกว่า จั่น ให้ ถึงปีละ 15-16 จั่นต่อปี ปกติการออกช่อดอกใหม่จะออกทุก ๆ 20 วัน โดยมีลมและแมลงช่วยกันผสมเกสร

แต่ละจั่นนั้นก็จะให้ผลแตกต่างกันไปค่ะ บางจั่นที่ให้ผลดกก็จะให้ผลถึง 20 ผลก็มี วิธีเก็บผลมะพร้าวให้ได้ผลทีดี ก็คือ ให้สังเกตุสีผิวตรงแนวกลีบเลี้ยงระหว่างขั้วกับผล ถ้าแนวสีขาวเพิ่งจะเลือนหายไปก็จะได้มาะพร้าวทีมีเนื้อกำลังน่ารับประทาน แต่หากยังเห็นแนวขาวที่ผิวผลตรงรอยต่อระหว่างกลีบเลี้ยงกับเปลือกผล แสดงว่ามะพร้าวลูกนั้นยังอ่อนไปนะคะ ส่วนมะพร้าวที่แก่เกินไปเนื้อจะมีลักษณะหนาและแข็งค่ะ ถึงแม้น้ำจะหวานกว่ามะพร้าวที่เก็บมารอ่อนไป แต่ก็ใช้ช้่อนตักรับประทานได้ลำบาก อาจจะต้องนำไปแปรรูปทำเป็นขนมหรือของรับประทานชนิดอื่น ๆ ไปแทนน่ะนะคะ :)




เรี่ยบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วิธีบำรุงรักษาต้นมะพร้าว

ต้นมะพร้าว นั้น จะเริ่มให้ผลในปีที่ 3 เข้าปีที่ 4 ค่ะ ในช่วงนี้มะพร้าวต้องการปุ๋ยไนโตรเจนปานกลาง,ปุ๋ยฟอสฟอรัสเพียงพอ และปุ๋ยโปแตสเซียมสูง การให้ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไปจะทำให้ต้นมะพร้าวติดผลน้อย และผลมักแตกง่าย ส่วนปุ๋ยฟอสฟอรัสนั้น หากในระยะแรกให้เพียงพอ ในระยะหลังก็ไม่ต้องให้มากก็ได้ สำหรับปุ๋ยโปแตสเซียม มะพร้าวจะต้องการมากกว่าปุ๋ยชิดอื่นค่ะ เพื่อให้ผลมีคุณภาพที่ดี มีน้ำหวานและหอม เนื้อดี ปุ๋ยที่ใช้ในช่วงติดผลจึงควรเป็นปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 12-12-17 ปีละ 1-4 กิโลกรัม โดยให้ปีละ 2 ครั้ง ตามขนาดของต้นและความอุดมสมบูรณ์ของดิน รวมทั้งควรใส่ปุ๋ยคอกเสริมด้วยเมื่อมีโอกาส



ส่วนการดูแลรักษาอย่างอื่น ก็ควรพรวนดินรอบโคนต้นเมื่อเห็นว่าหน้าดินจับตัวแข็ง ควรรดน้ำเมื่อเข้าหน้าแล้งและตัดแต่งทำความสะอาดโคนก้านใบบริเวณเรือนยอดปีละครั้ง เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของมด หรือแมลงอื่น ๆ น่ะนะคะ






ภาพประกอบจาก  http://men.postjung.com/918.html
เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วิธีปลูกมะพร้าว

โดยทั่วไปแล้ว การขยายพันธุ์มะพร้าวนั้น จะได้จากการเพาะชำผลเพียงวิธีเดียวค่ะ ดังนั้นจึงควรเลือกผลที่นำมาเพาะชำจากต้นแม่พันธุ์ที่เป็นต้นเตี้ย ขนาดสม่ำเสมอ ไม่คดงอ ทางใบสั้น ท รงพุ่มกลม ให้จั่นมาก ติดผลดก และผลมีน้ำหอมและหวานน่ะนะคะ

มะพร้าว ที่นิยมปลูกเพื่อไว้เก็บผลรับประทานคือ มะพร้าวน้ำหอม ค่ะ วิธีปลูกมะพร้าวน้ำหอมนั้น เนื่องจากมะพร้าวพันธุ์นี้มีต้นเตี้ย ทรงพุ่มไม่กว้างนัก จึงตร้องการเนื้อที่ปลูกต่อต้นราว 6 เมตร โดยขุดหลุมปลูกขนาด 1x1x1 เมตร แต่หากดินสมบูรณ์ดีก็อาจลดขนาดหลุมปลูกลงเหลือสักครึ่งหนึ่งก็ได้




หน่อมะพร้าวที่จะนำมาปลูกควรมีขนาดสูงราว 30 เซนติเมตรค่ะ เพื่อที่เวลานำไปปลูกแล้วจะได้ไม่เฉาและโตเร็ว การปลูกให้ปลูกให้โคนอยู่ในระดับเสมอกับผิวดิน หากปลูกในที่ลุ่ม ให้ปลูกให้โคนสูงกว่าระดับปากหลุมหรือผิวดินเดิม และกลบดินให้พูนสูงกว่าผิวด้านบนของผลขึ้นมาเล็กน้อย หากมีลมพัดแรงเมื่อปลูกเสร็จให้ใช้ไม้ปากขนาบหน่อและผูกเชือกยึดกับหลักและบังแดดให้ด้วย เพราะในระยะแรกนั้น มะพร้าวน้ำหอมมักไม่ทนแดดน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีการบำรุงดูแลต้นมะพร้าวให้แข็งแรงเพื่อให้ออกผลดกกันนะคะ :)


เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ไม้ผลในรั้วบ้าน : มะพร้าว



มะพร้าว เป็นไม้ผลที่เห็นได้บ่อย และน้อยคนที่จะไม่รู้จักต้นมะพร้าวน่ะนะคะ เนื่องจากมะพร้าวเป็นพืชสารพัดประโยชน์ที่นำมาใช้ได้เกือบทุกส่วนของต้น ไม่ว่าจะเป็น ต้น ใบ ราก ผล ดังนั้นจึงยังมีผู้ที่นิยมปลูกมะพร้าวเอาไว้ในรั้วบ้านอยู่เป็นจำนวนมาก




แต่เนื่องจากมะพร้าวเป็นไม้ผลที่มีขนาดค่อนข้างจะมีทรงพุ่มที่แผ่กว้าง และตัดแต่งไม่ได้ ดังนั้นการปลูกมะพร้าวจึงต้องการพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้าง อีกทั้งรากของมะพร้าวนั้น มักจะแข็งแรงและชอนไชไปได้ไกล ทำให้ไม่นิยมปลูกในบ้านที่มีพื้นที่น้อย

มะพร้าวที่นิยมปลูกโดยทั่วไปนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดค่ะ คือ มะพร้าวพันธุ์ต้นสูง และมะพร้าวพันธุ์ต้นเตี้ย มะร้าวพันธุ์ต้นสูงง นิยมปลูกเพื่อใช้น้ำมันในเนื้อ ใช้ทำอาหาร หรือใช้ในการอุตสาหกรรมต่าง ๆ ส่วนชนิ ดต้นเตี้ยใช้ผลอ่อนรับประทานอย่างเดียว

มะพร้าวที่ปลูกกันมากในบริเวณบ้านคือมะพร้าวชนิดต้นเตี้ยค่ะ หรือที่รู้จักในชื่อมะพร้าวหมูสี มีหลายพันธุ์ด้วยกัน เช่น มะพร้าวน้ำหอม ปะทิว นกคุ้ม ทุ่งเคล็ด มะพร้าวต้นเตี้ยจะมีขนาดเล็ก ที่โคนต้นไม่มีสะโพกหรือมีก็แต่เพียงเล็กน้อย เติบโตช้า เมื่อโตเต็มที่แล้วก็จะสูงเฉลี่ยไม่เกิน 12 เมตร และมีทางใบและใบย่อยสั้น ออกผลเร็วและดก

มะพร้าวพันธุ์หมูสีนั้น มีหลายสีด้วยกัค่ะ เช่น สีเหลือง ส้ม เขียว น้ำตาล แต่นิยมปลูกหมูสีเขียว เนื่องจากมีผลดก หาซื้อพันธุ์ง่าย น้ำมะพร้าวมีรสหวาน แต่ไม่มีกลิ่นหอม ส่วนมะพร้าวพันธุ์น้ำหอมนั้น เป็นมะพร้าวที่กลายพันธุ์มาจากพันธุ์หมูสีเขียวนั่นล่ะค่ะ ลักษณะพิเศษคือ น้ำมะพร้าวมีรสหวาน และมีกลิ่นหอมเหมือนใบเตย ผลก็มีทั้งเล็กและใหญ่ ออกดอกและต้นเตี้ยน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกมะพร้าวด้วยกันค่ะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การออกผลและการเก็บเกี่ยวผลมะนาว

มะนาว ที่เราปลูกนั้น บางครั้งเพียง 1 ปีก็จะเริ่มออกดอกติดผลแล้วน่ะนะคะ ในปีแรกของการติดดอกนี้ สวนแสนรัก ขอแนะนำให้เพื่อนๆ ปลิดดอกทิ้งเสียก่อนค่ะ เพราะหากเราปล่อยให้มีการติดผลตั้งแต่ปีแรก ก็จะทำให้ต้นแคระแกร็น โตช้า เพราะผลมะนาวแย่งอาหารที่ควรจะไปเลี้ยงต้นให้เติบโตไปซะหมด ควรจะเริ่มปล่อยให้ติดผลได้ในช่วงปีที่ 2 เป็นต้นไป




มะนาวที่ปลูกกันทั่วไปนั้น หากจะแยกตามนิสัยการออกดอกติดผล ก็แยกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันค่ะ คือพวกที่ออกดอกตามฤดูกาล ได้แก่ มะนาวหนังและมะนาวไข่ กับอีกพวกหนึ่งที่ออกดอกทะวาย (นอกฤดูกาล) ได้แก่ มะนาวแป้น

มะนาวทะวาย นั้นจะออกดอกได้ง่ายตลอดปี หากมีการบำรุงรักษาต้นได้ดีน่ะนะคะ แต่มะนาวที่ออกดอกตามฤดูกาลนั้น จะออกดอกติดผลมากในช่วยฤดูของมันเท่านั้น

หลังจากมะนาวออกดอกแล้ว ราว 5-6 เดือนจึงจะเก็บเกี่ยวได้ค่ะ การดูแลรักษาช่วงนี้ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่จะงดให้น้ำเพียงช่วงก่อนออกดอก เพื่อให้ออกดอกสม่ำเสมอกัน

การเก็บเกี่ยวผลมะนาว หากเป็นพันธุ์ทะวายจะเก็บผลได้ตลอดเวลา แต่หากเป็นมะนาวที่ออกดอกตามฤดู ส่วนใหญ่แล้วก็จะเก็บเกี่ยวผลได้ในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคมน่ะนะคะ หากเป็นช่วงนอกฤดูมะนาวก็จะออกดอกติดผลน้อยกว่าช่วงปกติของมันค่ะ :)




เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ ไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ไม้ผลในรั้วบ้าน : มะนาว

มะนาว นั้นถือเป็นพืชอเนกประสงค์ค่ะ คือนอกจากจะนำมาใช้เป็นไม้ประดับที่สวยงามได้แล้ว ยังสามารถนำผลมาเป็นส่วนประกอบของอาหารอีกหลายหลากด้วย

การ ปลูกมะนาว นั้น สามารถทำได้ทั้งการปลูกลงดินและปลูกในกระถางน่ะนะคะ สำหรับการปลูกลงดิน สามารถปลูกได้ทั้งบริเวณข้างบ้าน หลัีงบ้าน หรือบริเวณข้างครัวเพื่อความสะดวกในการเก็บผลไปประกอบอาหาร แต่ควรเลือกปลูกในที่ที่น้ำไม่ท่วมขัง โดยขุดหลุมให้กว้างยาวและลึก ราวด้านละ 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยใบไม้ใบหญ้าเสียครึ่งหลุม กดให้แน่น หากมีปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ก็ให้ใส่ลงไปที่ก้นหลุมสัก 2-3 ช้อนโต๊ะ นำกิ่งพันธุ์ลงปลูกกลางหลุมแล้วใช้ดินผสมปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักอัตราส่วน 2:1 กลบราก กดพอแน่น จากนั้นจึงปักหลักยึดต้นกันโยกและรดน้ำให้ชุ่ม




การปลูกในกระถางนั้น ควรใช้กระถางขนาดใหญ่พอสมควรค่ะ วิธีปลูกก็ให้ให้ใช้เศษกระถางปิดรูก้นกระถาง ใส่ดินปลูกให้เกือบเต็ม กะว่าเมื่อปลูกมะนาวลงไปแล้วต้นไม่จมลึกลงไปมากนัก หรือไม่ลอยสูงขึ้นมา จากนั้นนำพันธุ์มะนาวลงปลูก โดยให้ดินกลบโคนอยู่ต่ำกว่ากของปารกกระถางประมาณ 2-4 เซนติเมตร กดดินปลูกให้แน่นพอควรแล้วจึงรดน้ำพอชุ่ม

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีบำรุงรักษาต้นมะนาวกันนะคะ :)



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ฤดูขนุนติดผล และวิธีเก็บขนุน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

โดยปกติแล้ว ต้นขนุน นั้นจะออกดอกสองรุ่นด้วยกันในหนึ่งปีค่ะ โดยรุ่นแรก จะออกดอกเดือน พฤภาคม-มิถุนายน รุ่นนี้จะไปสุกแก่ช่วงเดือนธันวาคม (แต่ถ้าเป็นขนุนพันธุ์เบา ก็ร่นมาเป็นเดือนพฤศจิกายน) ขนุนที่ออกช่วงนี้ไม่มากนักน่ะนะคะ ถือว่าเป็นขนุนทวาย ส่วนขนุนรุ่นที่สอง จะออกดอกเดือนกันยายน-พฤศจิกายนค่ะ ดอกช่วงนี้จะให้ผลผลิตราวเดือนเมษายน-มิถุนายน ซึ่งถือว่าเป็นขนุนในฤดู


ขนุน

ในช่วงที่ ขนุน กำลังติดผลลูกเล็ก ๆ หากจะเร่งให้ผลโตเร็ว สามารถใส่ได้ทั้งปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีน่ะนะคะ สำหรับปุ๋ยเคมี ให้เลือกสูตรที่มีเลขตัวหน้าสูง ๆ เช่น สูตร 25-7-7 หรือ 12-3-6 ,20-10-10 ระหว่างใส่ปุ๋ย หากต้นยังมีการเติบโตแตกยอดต่ออีก แสดงว่าผลขนุนมีการเติบโตได้เต็มที่ แต่ถ้าผลขนุนเติบโตช้า ยอดและใบอ่อนหยุดชะงักหมด แสดงว่าปุ๋ยที่ให้ยังไม่เพียงพอ เพราะยังมีการเอาอาหารไปเลี้ยงผลอยู่ จึงควรเพิ่มปุ๋ยลงไปอีก

เมื่อขนุนใหญ่ใกล้สุกเต็มที่ ควรเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยที่เร่งความหวานสร้างเนื้อ แทนน่ะนะคะ สามารถใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 8-24-24 หรือ 9-24-24 หากต้องการเร่งความหวานมากกว่าเร่งขนาด ให้ใช้สูตร 0-10-30 หรือ 0-0-50 แทนก็ได้

ผลขนุนจะใช้เวลากว่าจะสุกแก่เต็มที่ ประมาณ 3-4 เดือน ระหว่างนั้นหากทำการห่อขนุนด้วยถุงที่ค่อนข้างเหนียว ไม่ขาดไม่เปื่อยง่าย ก็จะสามารถป้องกันแมลงกัดเจาะ ก็จะทำให้ได้ผลที่มีผิวที่สวยน่าทานค่ะ

การเก็บเกี่ยวผลขนุนนั้น ก่อนเก็บเกี่ยวควรงดให้น้ำต้นขนุนสักสองอาทิตย์นะคะ เพราะจะทำให้ผลมีรสหวานขึ้น หากเก็บก่อนที่ผลจะสุก จะทำให้ได้ขนุนที่มีเนื้อด้อยคุณภาพ หวานน้อย วิธีการดูว่าผลสุกแก่หรือยัง สังเกตได้หลายวิธีค่ะ เช่น ลองเคาะฟังเสียงดู จะมีเสียงหลม ๆ ใบเลี้ยงที่ติดอยู่กับขั้วผลออกสีซีดเหลือง กรีดดูที่ขั้วผลน้ำยางจะใส หากกดดูที่หนาม หนามของผลขนุนจะห่างและปลายหนามทู่

วิธีการตัดขนุน ให้ใช้มือตัดขั้วอย่าให้ผลตกพื้นค่ะ เพราะยวงจะเสียหายได้ หากผลอยู่สูงก็ให้ใช้เชือกมัดหย่อนลงมา ขนุนต้นหนึ่งให้ผลตั้งแต่ 5-50 ผลทีเดียวนะคะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอายุของขนุนด้วย ควรควบคุมไม่ให้มีลูกมากเกินไป หนึ่งกิ่งควรให้ติดผลเพียง 1-2 ผล ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะจะทำให้ได้ผลที่มีรสชาดดีและมีคุณภาพกว่าผลที่ติดกันเป็นพวงค่ะ :)



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การบำรุงดูแลต้นขนุน

การปลูก ต้นขนุน นั้น หากปลูกแล้วปล่อยให้ทรงพุ่มเติบโตไปตามธรรมชาติ ก็มักไม่ค่อยให้ผลดกเท่าที่ควรค่ะ เนื่องจากเมื่อปลูกในที่แคบ หรือใกล้กับต้นไม้อื่น ขนุนจะสูงชะลูดขึ้นไปอย่างเดียว ไม่ค่อยแตกกิ่ง ทำให้ขาดกิ่งใหญ่ที่อยู่ด้านล่าง หรือแม้แต่การปล่อยปละละเลยไม่ดูแลตัดแต่งทรงพุ่มให้เหมาะสม เพื่อให้มีกิ่งกระจายออกไปรอบ ๆ ต้น ก็อาจทำให้ขนุนต้นนั้นเติบโตช้า เพราะมีพุ่มที่แน่นเกินไป จึงต้องคอยส่งอาหารไปเลี้ยงกิ่งใบพวกนี้แทนน่ะนะคะ


ต้นขนุน

การตัดแต่งกิ่งขนุน นั้น ควรตัดแต่งเมื่อต้นขนุนโตขึ้นมาจากพื้นสักราวครึ่งเมตร และแตกออกเป็น 2 กิ่ง แล้วค่ะ จากนั้นก็ตัดแต่งอีกครั้ง เมื่อต้นขนุนสูงขึ้นมาในราว 1 เมตร แล้วแตกออกเป็น 4 กิ่ง พยายามตัดแต่งเป็นตอน ๆ เช่นนี้ ส่วนยอดก็จะเป็นทรงพุ่มสวย และทำให้ได้รับแสงแดดกระจายเข้าไปในทรงพุ่มได้ดี ทำให้การติดดอกออกผลดียิ่งขึ้นไปด้วย

สำหรับการให้ัปุ๋ยขนุนต้นเล็ก จะใช้เพียงแค่การใส่ปุ๋ยอินทรีพย์ค่ะ เช่น ปุ๋ญหมัก ปุ๋ยคอก เศษพืช เศษใบไม้ใบหญ้าต่าง ๆ โดยใส่บริเวณโคนต้นให้เป็นประจำ

หากเรา ปลูกขนุน ในดินที่ดี และดูแลบำรุงต้นขนุนอย่างเหมาะสม มีการให้น้ำให้ปุ๋ยอย่างพอเหมาะพอเพียง เมื่อขนุนอายุ 2-3 ปี ก็จะเริ่มให้ผลแล้วน่ะนะคะ ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะชวนกันมาดูช่วงฤดูที่ขนุนจะติดผล และวิธีเก็บขนุนด้วยกันค่ะ :)





เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วิธีปลูกขนุน

ขนุน นั้นเป็นไม้ผลที่มีทรงพุ่มขนาดใหญ่ค่ะ ดังนั้นจึงต้องการพื้นที่ปลูกมากสักหน่อย อย่างน้อยก็ควรมีพื้นที่เว้นจากไม้ต้นอื่นราว 8 เมตร และควรระวังเรื่องความสูงไม่ให้เติบโตจนไปพาดสายไฟเข้าเท่านั้น

การ ปลูกขนุน ในบ้านนั้นนอกจากจะได้รับประทานผลแล้ว ยังสามารถปลูกเพื่อให้ร่มเงาแก่บ้านได้อีกด้วยน่ะนะคะ เพราะขนุนเป็นไม้พุ่มที่มีทรงกว้าง โปร่งกระจาย แต่ต้องปลูกในที่ที่สามารถถ่ายเทน้ำได้ดี และต้องแน่ใจว่าเมื่อฝนตกมาก ๆ แล้วน้ำจะไม่ท่วมแช่ราก อีกทั้งควรปลูกขนุนในทิศทางที่ได้รับแสงแดดตลอดเวลา




หลุมที่เตรียมไว้ปลูกขนุน ควรมีความกว้างxยาวxลึก ราว 50 เซนติเมตรค่ะ รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยอินทรีย์และดินที่คลุกเคล้ากันไว้ให้ร่วนโปร่ง เพื่อให้เกิดการระบายน้ำได้ดี การปลูก ให้นำเอาต้นพันธุ์มาใส่หลุมปลูกอย่างระมัดระวัง อย่าให้ถุงดินที่หุ้มรากอยู่แตกกระจาย หลังจากวางกิ่งพันธุ์ลงในหลุมแล้ว ให้ถมดินกลบโคนให้อยู่ใต้รอยต่อของกิ่งทาบเล็กน้อย กดดินบริเวณต้นให้แน่น หากต้นพ้นธุ์อยู่ในกระถาง สามารถนำต้นขนุนออกจากกระถางได้โดยการประคองกระถางให้เอียง แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือดันบริเวณรูใต้กระถาง ให้ดินในกระถางเคลื่อนตัว ก็จะสามารถนำต้นขนุนออกจากกระถางได้โดยที่ดินไม่แตก รากไม่หลุดรุ่น พร้อมนำลงปลูกได้น่ะนะคะ

หลังปลูกขนุนเสร็จ ควรปักไม้หลักแล้วมัดต้นขนุนกับไม้ไว้ เพื่อกันต้นคลอนจากแรงลม เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่มเพื่อป้องกันรากแห้ง เพื่อให้ขนุนสามารถดูดซึมอาหารไปเลี้ยงลำต้นให้เติบโตได้ต่อไปค่ะ





เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ไม้ผลในรั้วบ้าน : ขนุน

คนไทยเรานิยมปลูก ขนุน เอาไว้ในรั้วบ้านไม่น้อยไปกว่าการปลูกมะม่วงเลยก็ว่าได้ค่ะ สาเหตุส่วนหนึ่ง ก็เพราะความเชื่อแต่โบราณว่า ขนุน ก็คือ ไม้มงคลนาม หากปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้านก็จะทำให้มีแรงช่วยหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทองและมีแต่คนเกื้อหนุน นั่นเองน่ะนะคะ

ขนุน


ขนุน เป็นไม้ผลที่มีขนาดของผลใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับผลไม้ด้วยกันค่ะ ทรงพุ่มของต้นขนุนนั้นให้ร่มเงาดี ปลูกแล้วไม่ต้องดูแลมาก ทนแล้ง ไม่ผลัดใบ แถมปลูกแล้วยังให้ผลไว้รับประทานอีก ดังนั้นขนุนจึงเป็นอีกหนึ่งไม้ผลที่ควรปลูกไว้ในรั้วบ้าน

พันธุ์ของต้นขนุนนั้น แต่เดิมมามักขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด จึงมีพันธุ์ขนุนที่กลายแพันธุ์แตกต่างกันออกไปมากมาย เช่น พันธุ์ฟ้าถล่ม พันธุ์จำปากรอบ พันธุ์ทองสุดใจ พันธุ์ตาบ๊วย พันธุ์ศรีบรรจง นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ขนุนที่ตั้งชื่อตามพื้นที่อีกด้วย แต่พันธุ์ขนุนที่เหมาะที่จะนำมาปลูกในรั้วบ้านของเรา ก็ได้แก่ พันธุ์ทองสุดใจ พันธุ์จำปากรอบ พันธุ์แดงรัศมี และพันธุ์เบาละแม น่ะนะคะ เนื่องจากพันธุ์ขนุนดังกล่าวให้ผลดก ผลไม่ใหญ่มาก เหมาะสำหรับบริโภคในครัวเรือน

การเลือกซื้อพันธุ์ขนุนนั้น ควรเลือกต้นที่ขยายพันธุ์ด้วยการติดตาหรือเสียบกิ่งค่ะ เนื่องจากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้จะทำให้เราได้ต้นตอที่มีรากแก้วด้วย

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกขนุน ด้วยกันนะคะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วิธีปลูกมะยม

มะยม นั้นเป็นไม้ผลที่มีนิสัยทนแล้งได้ดีค่ะ แม้ว่าปัจจุบันนี้จะไม่มีมะยมพันธุ์ต่าง ๆ ให้เรียกชื่อกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เนื่องจากมะยมไม่ใช่ไม้ผลที่มีค่าทางเศรษฐกิจ ไม่มีการคัดเลือกต้นพันธุ์กันอย่างจริงจัง มีเพียงการเรียกมะยมตามลักษณะของรสชาดและขนาดของผลเท่านั้น เช่น มะยมหวาน มะยมเปรี้ยว มะยมผลใหญ่ มะยมผลเล็ก ดังนั้น หากเราต้องการปลูกมะยม ก็ควรเก็บเมล็ดจากต้นพันธุ์ที่เราเห็นว่าผลดก มีผลขนาดใหญ่ และรสชาดดี มาปลูกเพื่อเป็นการตัดเลือกพันธุ์ไปในตัวน่ะนะคะ




การ ปลูกมะยม นั้นก็เหมือนกับการปลูกไม้ผลเขตร้อนทั่ว ๆ ไปค่ะ ควรเว้นระยะการปลูกระหว่างต้น ราว 4-8 เมตร ตัดแต่งทรงพุ่มเมื่อต้นมะยมโตตามขนาดที่ต้องการ

มะยมมักไม่ค่อยเป็นโรค มีแต่แมลงเช่น หนอนผีเสื้อกัดกินใบ และหนอนเจาะกิ่งและลำต้นเท่านั้น และจะออกดอกในกิ่งที่เป็นกิ่งแก่ค่ะ โดยช่อดอกหรือกระจุกดอกนั้นอาจมีใบปนอยู่ด้วยก็ได้ ผลมีลักษณะกลมป้อม มีน้ำมาก บางต้นออกผลดกจนแทบไม่เห็นกิ่ง บางต้นก็ออกประปราย แต่ส่วนใหญ่แล้วออกดอกผลดก ใบมะยมอ่อน ๆ สามารถนำมาเป็นผักแนมกับส้มตำได้อร่อยนะคะ รสชาดของผลโดยทั่วไปก็จะเปรี้ยว แต่ถ้าผลยังอ่อนอยู่ก็จะมีรสชาดค่อนข้างฝาดค่ะ :)




เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือไม้ผลในรั้วบ้่าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ไม้ผลในรั้วบ้าน : มะยม

มะยม เป็นไม้ผลเมืองร้อนดั้งเดิมที่เห็นได้ทั่วไปในเมืองไทยของเราค่ะ มะยมนั้นไม่ถือว่าเป็นไม้ผลที่ปลูกเพื่อการค้าน่ะนะคะ แต่ก็ยังมีเห็นนำมาแปรรูปขายกันบ้าง เช่น มะยมดอง มะยมเชื่อม หรือนำไปกวน นำไปทำเป็นไวน์ เป็นต้น

ข้อดีของมะยมเมื่อนำมาปลูกในรั้วบ้านมีหลายอย่างด้วยกันค่ะ นอกจากจะเป็นพืชที่ปลูกง่าย ผลดก และทนต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นไม้ผลที่ให้ผลสม่ำเสมอ และให้ร่มเงาดีพอสมควร หากแต่ก็มีข้อเสียตรงที่ใบของต้นมะยมมักจะหลุดร่วงมากจนเป็นภาระให้ต้องปัดกวาดเสมอ





มะยม จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางค่ะ ความสูงของลำต้นประมาณ 3-10 เมตร  แตกกิ่งก้านสาขาบริเวณปลายยอด กิ่งก้านจะเปราะและแตกง่าย เปลือกต้นขรุขระสีเทาปนน้ำตาล ใบ เป็นใบรวม มีใบย่อยออกเรียงแบบสลับกันเป็น 2 แถว แต่ละก้านมีใบย่อย 20–30 คู่ ใบรูปขอบขนานกลมหรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนปลายใบแหลม ฐานใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ ดอก ออกเป็นช่อตามกิ่ง ดอกย่อยสีเหลืองอมน้ำตาลเรื่อๆ ผล เมื่ออ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง เนื้อฉ่ำน้ำ เมล็ดรูปร่างกลม แข็ง สีน้ำตาลอ่อน 1 เมล็ด

มะยมเจริญเติบโตได้ดีทั้งที่แดดจัด หรือในที่ร่มรำไร น่ะนะคะ ปลูกขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุย มีความชื้นพอเหมาะ และขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดค่ะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกต้นมะยมเอาไว้ในรั้วบ้านของเรากันนะคะ :)




ข้อมูลและภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คำแนะนำในการเก็บเกี่ยวชมพู่

ชมพู่ ที่ปลูกด้วยกิ่งตอนค่อนข้างใหญ่ มักจะเริ่มให้ดอกและติดผลในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีหลังปลูกค่ะ การติดผลในปีแรก ๆ หรือครั้งแรก ๆ มักจะติดผลน้อย และจะค่อย ๆ ทะยอยเพิ่มมากขึ้นทุกปี เมื่อต้นมีอายุมากขึ้น หากเราหมั่นบำรุงดูแลต้นชมพู่เป็นอย่างดี ก็จะทำให้ต้นชมพู่ติดดอกออกผลให้รับประทานอย่างสม่ำเสมอ




การออกดอกของชมพู่นั้น จะทะยอยกันออกเป็นรุ่น ๆ ค่ะ โดยจะออกดอกราว 2-3 รุ่น ระหว่างต้นเดือนมกราคมถึงเมษายน ผลที่อยู่ในร่มบังใบไม่ได้รับแสงแดดจะมีสีเขียวเข้มกว่าผลที่ถูกแดด และผลจะไม่มีเอ็น ในขณะที่ผลทางทิศตะวันออกของต้นจะมีสีเขียวเข้มและมีเอ็นมากกว่าผลที่อยู่ทางต้นทิศตะวันออก ซึ่งจะมีสีอ่อนและไม่มีเอ็น แถมความหวานยังต่างกันด้วยนะคะ นั่นคือ ผลที่อยู่ทางทิศตะวันออกมักจะมีรสชาดหวานกว่า

ปัญหาที่พบก็คือ หนอนมักจะเจาะทำลายผล และหนอนบุ้งร่านก็ยังกัดกินใบของต้นชมพู่อีกด้วย วิธีแก้ไขสำหรับหนอนเจาะผลก็คือเราต้องห่อผลชมพู่ เมื่อผลของชมพู่มีขนาดเท่ากับเหรียญห้าบาท โดยใช้ถุงเหนียว ๆ ขนาดกว้างยาวราว 1 ฟุต ห่อผลที่สมบูรณ์ดีช่อละ 2-4 ผล และคอยจัดให้ผลชมพู่อยู่ตรงกลาง ไม่เบียดชิดด้านใดด้านหนึ่งของถุง จากนั้นมัดปากถุงให้แน่น




ผลของชมพู่ที่ทำการห่อไว้เมื่อสุกเต็มที่จะมีลักษณะสีผิวนวลสวยงาม ไม่มีรอยด่างหรือถูกทำลายจากโรคแมลง เนื้อหนา กรอบ อร่อย ส่วนผิวของผลที่ไม่ได้ห่อจะกร้านแข็ง เนื้อบาง ไม่กรอบ รสหวานน้อยกว่าน่ะนะคะ




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

การบำรุงดูแลต้นชมพู่

หลังจากปลูก ต้นชมพู่ แล้ว ให้ลองสังเกตว่าต้นชมพู่ที่เราปลูกมีลักษณะอาการเช่นไรด้วยค่ะ เช่น หากสังเกตว่าต้นไม่เหี่ยว ใบสด แสดงว่าต้นชมพู่ต้นนั้นไม่ยืนต้นตายแล้ว แต่ถ้าใบเหี่ยว แม้จะไม่ตายแต่ต้นชมพู่ก็จะเติบโตช้าน่ะนะคะ

ต้นชมพู่ที่ปลูกด้วยกิ่งตอนขนาดใหญ่ หลังจากปลูกไปแล้วประมาณ 2-3 ปี ก็จะเริ่มติดดอกติดผลค่ะ ควรมีการตัดแต่งกิ่งบ้าง เพื่อให้พุ่มเตี้ยและแตกกิ่งก้านไม่ยาวเกินไป กิ่งที่ควรตัดออกคือกิ่งจำพวกกิ่งกระโดงและยอด กิ่งพวกนี้มีประโยชน์น้อยมากค่ะ หากไม่ตัดออกก็รังแต่จะทำให้ต้นสูง ไม่สะดวกในการดูแลและเก็บผล รวมทั้งกิ่งบริเวณโคนต้นก็ควรตัดออกให้หมดด้วย เพื่อให้ต้นโปร่ง แสงแดดส่องทั่วถึง มีอากาศถ่ายเทดี และไม่ติดโรคพืชหรือมีแมลงมารบกวนด้วยน่ะนะคะ




ปกติแล้วต้นชมพู่จะชอบน้ำมากค่ะ แม้จะมีน้ำท่วมขังโคนอยู่นานนับเดือนก็ไม่ค่อยตาย เพียงแต่ต้องเป็นน้ำสะอาดและไหลผ่าน การให้น้ำและปุ๋ยต้นชมพู่นั้น ช่วงชมพู่ออกดอกติดผล ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ดอกบานเร็วขึ้น ยิ่งติดผลอ่อนก็ยิ่งต้องให้น้ำจนกว่าผลจะแก่ และงดให้น้ำก่อนเก็บผลประมาณ 7 วัน เพื่อให้ผลชมพู่ีมีรสหวาน

ปุ๋ยที่ใส่ สามารถใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ได้ บางโอกาสให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ แต่ถ้าอยากให้ออกดอกติดผลดีก็ควรใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 9-24-24 หรือ 6-24-24 ก่อนออกดอกในราวปลายปี และก่อนการใส่ปุ๋ยทุกครั้งก็ต้องให้น้ำก่อน รากจะได้ดูดซึมปุ๋ยดีขึ้นเพราะดินชื้น ควรระมัดระวัึงอย่าใส่ปุ๋ยมากเกินไป เพราะปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไปทำให้ดอกร่วง หากใส่ปุ๋ยช่วงติดผลแล้ว ก็อาจทำให้ผลขยายตัวออกอย่างรวดเร็วจนผลแตกหมดน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีเก็บผลชมพู่ ด้วยกันค่ะ :)





เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วิธีปลูกชมพู่

ชมพู่ คือไม้ผลที่สามารถปลูกได้ง่าย ให้ผลดี และมีผู้นิยมปลูกกันทั่วไปภายในรั้วบ้านน่ะนะคะ

การเตรียมหลุมปลูกชมพู่นั้น ไม่จำเป็นต้องพิธีพิถันมากนักค่ะ แต่ควรดูสภาพของดินด้วย หากเป็นดินเหนียวและไม่ค่อยสมบูรณ์ก็ควรขุดหลุมให้กว้างและลึกราว 30-50 เซนติเมตร จากนั้นใส่ปุ๋ยอินทรีัย์หรือใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง และปุ๋ยเคมีสัก 1-2 กำมือ รองก้นหลุม ก่อนแกะเอาถุงพลาสติกที่หุ้มตุ้มตอนออก แล้วนำลงปลูก โดยกะระยะให้ตุ้มตอนอยู่ลึกกว่าผิวดินประมาณ 2 นิ้วน่ะนะคะ และหลังจากกลบดินเรียบร้อยแล้ว ให้หาไม้มาปักผูกยึดลำต้นไว้ไม่ให้โยกคลอนตามแรงลมด้วย




ชมพู่ ต้องการระยะปลูกห่างจากต้นไม้อื่น หรือระหว่ืางต้น ประมาณ 10x10 เมตรค่ะ เพราะเมื่อต้นโตเต็มที่แล้ว เราจะได้ทรงพุ่มที่เหมาะสมสวยงาม นอกจากจะเป็นไม้ผลที่สามารถเก็บผลทานได้แล้ว ยังเป็นไม้ต้นที่ช่วยให้บ้านของเราดูร่มรื่น ร่มเย็น และสวยงามอีกด้วยน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีบำรุงดูแลต้นชมพู่ให้แข็งแรงและออกผลงามกันค่ะ :)

แล้วกลับมาพบกันใหม่กับบล้อกสวนแสนรักในตอนหน้านะคะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ไม้ผลในบ้าน : ชมพู่

ต้นชมพู่ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ทรงพุ่มสวย ใบหนาเป็นมันสีเขียวจัด และมีผลสีแดงรสชาดอร่อยที่คนไทยเรานิยมปลูกไว้ในรั้วบ้านอีกชนิดหนึ่งค่ะ

ชมพู่ นั้นมีหลายพันธุ์ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มชมพู่เพชร ซึ่งจะมีกิ่งและลำต้นโปร่้ง ผลเป็นรูประฆังคว่ำ เนื้อกรอบฉ่ำน้ำ กับอีกกลุ่มนึงก็คือชมพู่มะเหมี่ยว ซึ่งมีทรงพุ่มและกิ่งก้านแข็งแรง ผลกลม เนื้อแน่นและฉ่ำน้ำน้อยกว่ากลุ่มแรกน่ะนะคะ

ชมพู่มะเหมี่ยว

นอกจากชมพู่จะให้ผลซึ่งเราสามารถเก็บเกี่ยวมารับประทานได้แล้ว ต้นชมพู่ยังเป็นไม้ที่ช่วยบังแดดยามบ่ายได้ดีเลยทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะชมพู่มะเหมี่ยว แถมยังปลูกง่าย สามารถเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิดและปลูกได้ทุกภาค ส่วนชมพู่ที่เรามักจะเห็นวางขายตามที่ต่าง ๆ และตามตู้แช่รถเข็นจะเป็นชมพู่เพชรบุรีน่ะนะคะ เพราะเป็นพันธุ์ที่ปลูกง่าย ให้ผลดก ให้ผลหลายรุ่น โดยเฉพาะพันธุ์เพชรสายรุ้งซึ่งนิยมปลูกกันมากที่สุด มีลักษณะผลเป็นรูประฆังคว่ำ ผิวสีเขียว มีลายเขียวอ่อนเป็นทางตามยาว รสหวาน ส่วนชมพู่เพชรเขียวนั้นไม่มีลายค่ะ รสหวานแหลม และชมพู่พันธุ์ทูนถวาย สีของผิวจะออกเขียวค่อนไปทางขาว ผลค่อนข้าวยาว ใหญ่ แต่รสจะหวานน้อยกว่าพันธุ์เพชรเขียว เมล็ดน้อยและส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเมล็ดน่ะนะคะ

ชมพู่เพชรสายรุ้ง

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกชมพู่ ไว้ทานในรั้วบ้านกันค่ะ :)




เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

คำแนะนำในการเก็บเกี่ยวผลมะม่วง

การเก็บเกี่ยวผล มะม่วง นั้นมีผลต่อรสชาดของมะม่วงค่อนข้างมากค่ะ การเก็บเกี่ยวผลมะม่วงที่ยังไม่แก่จัด เมื่อผลสุกจะทำให้มีรสเปรี้ยว สีผิวและเนื้อของมะม่วงไม่สวย ผลเหี่ยวมากและกลิ่นอาจไม่หอม ตรงกันข้ามกับผลมะม่วงที่เก็บเกี่ยวในระยะที่แก่พอดี เมื่อผลสุกก็จะทำให้เนื้อมีรสหวาน สีผิวและเนื้อสวย ผลไม่เหี่ยวและมีกลิ่นหอม แต่ถ้าเก็บเกี่ยวผลมะม่วงในช่วงที่แก่จัดเกินไป ก็จะเรียกว่าสุกปากตะกร้อ เมื่อนำมาบ่มให้สุกจะทำให้เนื้อนิ่มมาก เนื้อใกล้เมล็ดจะเน่า คุณภาพไม่ดีน่ะนะคะ




การเก็บเกี่ยวผลมะม่วงนิยมใช้วิธีเด็ดก้านด้วยมือค่ะ โดยเด็ดให้มีส่วนของก้านช่อติดมาด้วย เมื่อลงพื้นแล้วจึงค่อยเด็ดขั้วผล จากนั้นให้คว่ำผลลง โดยหันเอาด้านขั้วผลลงเพื่อให้ยางที่ไหลออกมา ไหลลงสู่พื้น ไม่เปรอะเปื้อนผลจนกว่ายางจะหยุดไหลน่ะนะคะ




ขอบคุณที่มา หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

การบำรุงดูแลต้นมะม่วง


สำหรับ มะม่วง ที่นำมาปลูกตามบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นมะม่วงที่ได้รับการทาบกิ่งมาน่ะนะคะ ดังนั้น จึงต้องคอยระวังปลิดแขนงจากต้นตอทิ้ง โดยปล่อยให้ลำต้นตั้งตรงขึ้นไปเพียงกิ่งเดียวจนสูงราว 1-1.5 เมตร ค่อยไว้กิ่งแขนงที่จะแตกออกเป็นทรงพุ่มด้านข้าง

มะม่วงจากกิ่งทาบนั้น จะเริ่มให้ผลหลังจากปลูกลงดินได้ราว 2-3 ปีค่ะ และจะให้ร่มเงาแก่บ้านได้เมื่ออายุ 4-5 ปีขึ้นไป ในปีแรกนั้นบางครั้งมะม่วงจะเริ่มมีการออกช่อดอกให้เห็น (ช่วงเดือน ธันวาคม-มกราคม) ควรปลิดทิ้งเสียก่อน เพื่อรอให้ต้นโตกว่านี้


ต้นมะม่วง

การให้ปุ๋ย ควรให้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร 15-15-15 ร่วมกับปุ๋ยคอกทุกปี โดยหว่านปุ๋ยในแนวทรงพุ่มแล้วพรวนกลบ รดน้ำให้ชุ่ม ปริมาณปุ๋ยที่ใช้ขึ้นอยู่กับอายุของต้นมะม่วงค่ะ ปีแรกให้ใช้ปุ๋ยเคมี 1 กิโลกรัม ผสมปุ๋ยคอก 5 กิโลกรัม ปีต่อไปก็ให้เพิ่มขึ้นอีกปีละ 1 กิโลกรัม และควรใส่ปุ๋ยหลังจากตัดแต่งกิ่งเมื่อเก็บเกี่ยวผลเรียบร้อยแล้ว

ในตอนหน้าเราจะมาดูคำแนะนำในการเก็บเกี่ยวผล มะม่วง ด้วยกันนะคะ

แล้วกลับมาพบกับบล้อกสวนแสนรักได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ





ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วิธีปลูกมะม่วง

มะม่วง นั้นเป็นไม้ผลที่มีทรงพุ่มที่ค่อนข้างกว้างค่ะ ดังนั้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจปลูกจึงต้องคำนวนเนื้อที่ที่จะใช้ให้พอ คืออย่างน้อยก็ควรมีพื้นที่ว่างสำหรับปลูกสัก 20 ตารางเมตรน่ะนะคะ

จริง ๆ แล้วเราสามารถซื้อต้น พันธุ์ของมะม่วง ได้ง่ายมาก ๆ ค่ะ ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีขายทั่วไปตามแหล่งขายพันธุ์ไม้ แถมหากอยากให้ต้นมะม่วงของเรามีหลาย ๆ พันธุ์ในต้นเดียวกัน ก็สามารถทำได้โดยการใช้เทคนิคการเสียบกิ่ง โดยนำกิ่งมะม่วงพันธุ์อื่นมาเสียบไว้บนกิ่งของต้นเดิมที่ปลูกอยู่ วิธีนี้ก็จะทำให้กิ่งกลยเป็นพันธุ์ใหม่ ทำให้เจ้าของบ้านมีมะม่วงรับประทานหลายพันธุ์ แม้ว่าจะมีที่ให้ปลูกมะม่วงเพียง 1 หรือ 2 ต้นก็ตาม


ต้นพันธุ์มะม่วง

อย่างไรก็ตาม แม้มะม่วงจะเป็นไม้ที่คงทนต่อทุกสภาพดิน แต่การปลูกก็ควรเลือกปลูกในดินที่มีหน้าลึกและน้ำไม่ขัง หากดินที่ปลูกบ้านของเรามีลักษณะเป็นดินเหนียว ก็ให้ปรับปรุงดินด้วยการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปมาก ๆ เพื่อทำให้สภาพดินเหมาะสำหรับการปลูกเสียก่อน

หลุมที่ใช้ในการปลูกต้นมะม่วง ควรมีขนาด 75x75x50 เซนติเมตรค่ะ ก่อนปลูกก็ใช้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมเสียก่อน และดินที่ขุดขึ้นมารอปากหลุมก็เคล้าด้วยปุ๋ยคอกก่อนเทลงไปในหลุมด้วยเช่นกัน

การเลือกกิ่งพันธุ์ก่อนนำมาปลูก ควรตรวจดูว่ารากขาด หรือขดงอหรือไม่ รากต้องปลูกให้หยั่งลงไปในดินแต่อย่าปลูกลึกเสียจนกลายเป็นฝังนะคะ จะทำให้ไม่เติบโตเท่าที่ควร

หลังปลูกเสร็จควรกลบโคนต้นด้วยการพูนดินให้สูงเหนือดินเดิมเล็กน้อยค่ะ และควรใช้ไม้ปักยึดลำต้นกันโยก ก่อนรดน้ำให้ชุ่ม หากปลูกมากกว่า 1 ต้น แต่ละต้นควรห่างกันไม้น้อยกว่า 8 เมตร เพื่อทิ้งระยะให้ต้นมะม่วงเติบโตได้โดยไม่เบียดกันน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีดูแลรักษาต้นมะม่วงกันค่ะ :)



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ไม้ผลในบ้าน : มะม่วง

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

มะม่วง นั้น ถือเป็นไม้ผลยอดนิยมชนิดหนึ่ง ซึ่งคนไทยเรานิยมปลูกเอาไว้ในรั้วบ้านน่ะนะคะ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งซึ่งทำให้คนไทยเรานิยมปลูกมะม่วงไว้รับประทานภายในบ้านนั้น นอกจากจะเป็นเพราะมะม่วงเป็นไม้ผลที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ปลูกง่าย ดูแลรักษาไม่ยุ่งยากแล้ว ยังมีพันธุ์ให้เลือกปลูกมากมายหลายพันธุ์ แถมยังมีทรงพุ่มที่ร่มรื่น ให้ร่มเงาแก่บ้านได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของมะม่วงนั้นมีมากมายหลายประการค่ะ เราสามารถนำผลของมะม่วงมาทำอาหารได้หลายหลากชนิดทั้งหวานคาว และยังสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ของลำต้นได้อีกด้วย

พันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูก ในบ้านเรานั้น สามารถแบ่งออกตามลักษณะของผลที่เก็บเกี่ยวได้ 3 ประเภทด้วยกันคือ

มะม่วงแบบรับประทานดิบ

มะม่วงประเภทนี้แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดด้วยกันค่ะ คือประเภทที่สามารถเก็บผลได้ตั้งแต่ระยะที่ผลเข้าไคล และจะมีรสหวานมันเมื่อแก่จัด ได้แก่ มะ่ม่วงพันธุ์เขียวเสวย มะม่วงแรด มะม่วงพิมเสนมัน มะม่วงทองดำ มะม่วงเขียวไข่กา มะม่วงแก้วลืมคอน มะม่วงลิ้นงูเห่า


มะม่วงเขียวเสวย

ส่วนอีกชนิดหนึ่งก็คือ ม่วงประเภทที่มีรสมันตั้งแต่ผลยังเล็ก ๆ ได้แก่ มะม่วงฟ้าลั่น มะม่วงหนองแซง มะม่วงแห้ว มะม่วงสายฝน ซึ่งมะม่วงพันธุ์ที่กล่างมานี้ หากปล่อยไว้ให้สุกจะให้รสหวานไม่มาก จึงไม่ควรเก็บเอาไว้จนสุกน่ะนะคะ

มะม่วงรับประทานสุก

มะม่วงประเภทนี้เป็นมะม่วงที่ต้องเก็บเมื่อแก่จัดแล้วจึงบ่มให้สุกเพื่อให้มีรสหวานอร่อยค่ะ หากเก็บตอนยังดิบอยู่รสชาดจะออกเปรี้ยวค่อนข้างมาก เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงอกร่อง เป็นต้น


มะม่วงน้ำดอกไม้

มะม่วงใช้แปรรูป

มะม่วงประเภทนี้คือมะม่วงที่ให้ผลดกค่ะ จึงนิยมนำมาแปรรูปเพื่อเก็บรักษาเป็นของรับประทานในรูปแบบอื่น ตัวอย่างของมะม่วงประเภทนี้ก็คือ มะม่วงแก้ว ซึ่งสามารถนำมาทำ มะม่วงดอง มะม่วงกวน มะม่วงแผ่น ได้น่ะนะคะ


มะม่วงแก้ว

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมารดูวิธีปลูกต้นมะม่วงในรั้วบ้านของเรากันค่ะ

แล้วกลับมาพบกับสวนแสนรักได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต