วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วิธีปลูกผักบุ้งจีน


ผักบุ้งจีน นั้นเป็นผักที่ปลูกง่าย เติบโตเร็วค่ะ การ ปลูกผักบุ้งจีน สามารถใช้เมล็ดพันธุ์และท่อนพันธุ์ปลูกได้ โดยเตรียมดินผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก และย่องร่องแปลงปลูกให้สูงประมาณ 10 เซนติเมตร จากนั้นจึงทำร่องตามขวางหรือตามยาวแปลงตื้น ๆ โดยมีระยะห่างระหว่างแถว 10-15 เซนติเมตร หยอดเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งในรุ่องทุกระยะ 1-2 เซนติเมตรตลอดแนวความยาวของแปลง แล้วกลบด้วยดินจากแปลงทับเมล็ดบาง ๆ รดน้ำให้ชุ่ม คลุมด้วยหญ้าแห้ง,ฟาง หรือกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวดิน

ผักบุ้งจีน

สำหรับการปลูกด้วยท่อนพันธุ์ให้ตัดต้นผักบุ้งออกเป็นท่อน ๆ ยาวท่อนละ 20 เซนติเมตร แล้วปักลงดินที่รดน้ำจนชุ่มไว้แล้ว โดยปักห่างกันราว 5-10 เซนติเมตร หลังจากนั้นหมั่นรดน้ำบ่อย ๆ ผักบุ้งก็จะออกรากอย่างรวดเร็วตามข้อน่ะนะคะ

ต้นผักบุ้งจีนนั้นชอบดินที่ชื้นแฉะค่ะ จึงควรรดน้ำบ่อย ๆ หากขาดน้ำจะทำให้ต้นไม่โตและแข็งกระด้าง วิธีใส่ปุ๋ยให้ใช้ปุ๋ยยูเรียหว่าน แล้วรดน้ำตามทันที อย่าให้ปุ๋ยเกาะที่ใบ และควรให้ปุ๋ยตั้งแต่ผักบุ้งเริ่มมีใบจริง หรืออายุราว 5-7 วัน จากนั้นก็ให้อีกทุก 3-5 วัน

การดูแลผักบุ้งจีน ควรดูแลไม่้ให้มีหญ้าขึ้นมาแย่งอาหารและดูแลไม่ให้มีแมลงมากัดกินใบหรือเมล็ดที่ยังไม่งอก เมื่อปลูกได้ราว 25-30 วัน ก็สามารถเก็บผักบุ้งจีนมาทำอาหารรับประทานได้ โดยตัดต้นให้เหลือแต่ตอเพื่อให้แตกใหม่ หรือจะถอนทั้งรากก็ได้ หากปล่อยให้ต้นผักบุ้งมีอายุเลย 30 วัน ต้นก็จะเริ่มทอดยอดและเลื้อยไปตามผิวดิน ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการเก็บมาัรับประทานเนื่องจากต้นจะเหนียว แข็ง และมีรสชาดไม่อร่อยค่ะ


อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีน นั้นเป็นผักยอดนิยมอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีผู้นิยมนำมาประกอบอาหารเพื่อบริโภคกันเป็นจำนวนมากค่ะ ผักบุ้งจีนนั้นเป็นพืชน้ำและกึ่งบกกึ่งน้ำ ที่มีชาวจีนนิยมนำมาปลูกและขายในเมืองไทยมากว่า 10 ปี มีลำต้นอ่อน กลวง ลอยน้ำได้ และมีอายุยืนยาว เวลาเก็บขายก็จะทำการถอนทั้งต้นให้มีรากติดมาด้วย เมื่อซื้อแล้วพ่อค้าแม่ค้าก็จะตัดโคนส่วนที่เป็นรากทิ้งให้เสร็จเรียบร้อย

ผักบุ้งจีน

พันธุ์ของผักบุ้งจีนนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ พันธุ์ใบแคบปลายใบแหลม ซึ่งชอบขึ้นในดินที่เปียกชื้น และพันธุ์ใบกว้าง ที่ชอบขึ้นและเจริญเติบโตบนผิวน้ำ

ผักบุ้งจีน นั้นนอกจากจะเป็นผักที่มีรสชาดอร่อย สามารถนำมาทำอาหารได้อย่างหลากหลาย ก็ยังมีสรรพคุณเป็นยาลดน้ำตาลในกระแสงเลือดสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานได้อีกด้วย เนื่องจากโครงสร้างภายในของผักบุ้งจีน มีสารคล้ายอินซูลีน ทั้งยังเหมาะที่จะรับประทานเพื่อบำรุงสายตา และบรรเทาอาการร้อนในได้อีกด้วย


เรีียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก http://missveggie.igetweb.com/


วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วิธีปลูกกุยช่าย


กุยช่าย ที่ปลูกเป็นพืชผักสวนครัวนั้น ส่วนใหญ่จะใช้วิธีหยอดเมล็ดในแปลงปลูกโดยตรงเลยค่ะ แต่เนื่องจากเมล็ดกุยช่ายนั้นเล็กมาก จึงต้องเตรียมดินให้ละเอียดไม่ให้มีรูดิน แล้วหยอดเมล็ดโดยจัดระยะปลูกให้ห่างกันราว 10-15 เซนติเมตรในแถว ส่วนระหว่างแถวให้ปลูกห่างกันประมาณ 20-40 เซนติเมตร

การปลูกกุยช่าย
ก่อนหยอดเมล็ดกุยช่าย ให้ผสมปุ๋ยคอกกับดินให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วหยอดเมล็ดหลุมละ 2-3 เมล็ด กลบด้วยปุ๋ยคอกอีกชั้นหนึ่ง เมื่อต้นกุยช่ายงอกแล้ว ก็ไม่ต้องถอนแยกแต่อย่างใด เมื่อจะปลูกครั้งต่อไปก็ไม่ต้องใช้เมล็ดอีกแล้วค่ะ แต่ให้ตัดแยกกอเดิม ให้มีลำต้น 2-3 ต้น ตัดใบออกครึ่งหนึ่งแล้วนำมาปลูก โดยจัดระยะปลูกระหว่างแถวและต้นเหมือนที่ปลูกด้วยเมล็ดในครั้งแรก ปักให้ต้นกุยช่ายนั้นลึกลงไปในดินประมาณ 4 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักทุก 3 เดือนและรดน้ำพรวนดินตามปกติ

โดยทั่วไปชาวสวนนั้นจะตัดต้น กุยช่าย ไปขายก่อนที่ต้นกุยช่ายจะออกดอกค่ะ โดยตัดติดผิวดินในแปลงปลูกเลย แล้วเอากระถางดินเผาชนิดไม่มีรูก้นกระถางครอบต้นที่ตัด ต้นกุยช่ายก็จะโตขึ้นมาโดยไม่โดนแสง และอาศัยอาหารที่สะสมที่หัวสร้างต้นและใบขึ้นมาใหม่ เมื่อต้นสูงดันยอดกระถาง จึงนำกระถางออกแล้วตัดขายได้อีกครั้งหนึ่งน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือกสนปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจากอินเตอร์ฺเน็ต

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กุยช่าย

กุยช่าย นั้น เป็นผักที่อยู่ในตระกูลเดียวกับกระเทียม ต้นหอม หัวหอมใหญ่ ค่ะ เนื่องจากต้นและใบมีกลิ่นหอม ชาวจีนและญี่ปุ่นจึงนิยมตัดเอาใบไปทำอาหาร แล้วทิ้งส่วนหัวไว้ใต้ดิน เพื่อให้หัวนั้นผลิใบและลำต้นขึ้นมาอีก จึงจัดเป็นพืชที่มีอายุยืนนานน่ะนะคะ

กุยช่าย
กุยช่าย เป็นผักที่มีลักษณะแตกต่างกันถึง 3 ชนิดค่ะ นั่นก็คือ

1. เป็นกุยช่ายต้นเขียว ใบแบนยาว นิยมนำไปทำขนมกุยช่าย หรือเป็นผักเคียงในก๋วยเตี๋ยวผัดไทยและหมี่กะทิ
2. เป็นกุยช่าย ที่มีใบแบนยาวเช่นกันค่ะ แต่ลำต้นจะเป็นสีขาวอมเหลือง นิยมนำมาผัดหมูกรอบกินกับข้าวต้ม
3. เป็นกุยช่ายที่มีดอก เรียกว่าดอกกุยช่าย ก้านดอกสีเขียวเข้ม ต้นเป็นเหลี่ยม ตรงส่วนปลายเป็นดอกตูมสีขาวหม่น เมื่อเก็บมาจากต้นใหม่ ๆ แล้วนำมาผัดกับเนื้อหมู หมูกรอบ ตับหมู กุ้ง จะอร่อยหวานและกรอบมากไม่มีเส้นใยให้ต้องคายชาน แต่ถ้าเก็บมาหลายวันแล้วนำมาทำอาหาร ก็จะมีเส้นใยมาก นิยมเรียกผักไม้กวาด เพราะแข็งและเหนียวเหมือนไม้กวาดทางมะพร้าว

นอกจากนี้แล้วการรับประทานกุยช่ายยังให้ผลทางยาด้วยค่ะ อาทิเช่น ต้นและใบ ใช้แก้โรคนิ่ว เมล็ด เป็นยาขับพยาธิเส้นด้ายและพยาธิแส้ม้า แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม และแก้ท้องผูก  แก้อาการฟกช้ำ แก้อาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย รักษาโรคหูน้ำหนวก บำรุงน้ำนม เป็นต้น

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกกุยช่ายไว้เป็นพืชผักสวนครัวกันนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วิธีปลูกขึ้นฉ่าย

นอกจาก ขึ้นฉ่าย นั้น จะเป็น ผักสวนครัว ที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิดแล้ว จากการวิจัยยังพบว่าขึ้นฉ่ายนั้น มีสรรพคุณทางยาอีกด้วยค่ะ สรรพคุณทางยาสมุนไพรของขึ้นฉ่ายนั้นก็คือ ช่วยลดความดันโลหิต เนื่องจากสารบางชนิดในขึ้นฉ่ายทำให้หลอดเลือดขยายตัว จึงป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เหมาะสำหรับคนเป็นโรคไต เพราะเป็นผักที่มีโซเดียมน้อยมาก แถมยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย

ต้นขึ้นฉ่ายในแปลงปลูก
การปลูกขึ้นฉ่าย ควรยกแปลงดินที่ปลูกให้สูงกว่าปกติสักหน่อยเพื่อระบา่ยน้ำ ผสมปุ๋ยหมักคละเคล้ากับดินให้เข้ากันให้มีความลึกประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อให้ดินอุดมด้วยธาตุอาหาร จากนั้นจึงรดน้ำแปลงปลูกด้วยฝักบัวตาถี่ ๆ บาง ๆ ให้ผิวดินมีความชุ่มชื้นขึ้นโดยปรับหน้าดินให้เรีียบ

เนื่องจากเมล็ด ขึ้นฉ่าย มีขนาดเล็กมาก ก่อนหว่านจึงต้องนำมาผสมทรายหยาบที่ร่้อนแล้ว 1:3 ส่วน ทำการหว่านเมล็ดให้กระจายทั่วแปลง ตบเมล็ดและทรายให้จมลงในแปลงดิน และรดน้ำให้ชุ่ม จากนั้นคลุมด้วยหนังสือพิมพ์หรือหญ้าแห้ง รดน้ำเช้า-เย็น ประมาณ 40 วัน เมื่อต้นงอกออกมาแข็งแรงดีแล้วจึงแยกต้นไปปลูกเป็นกอ ๆ กอละ 2-3 ต้น โดยปลูกให้ห่างกันกอละ 10-15 เซนติเมตร

การใส่ปุ๋ยให้ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมีใส่บ้างทุกครั้งที่ทำการพรวนดินค่ะ จากนั้นเมื่อขึ้นฉ่ายอายุได้ 90 วันหลังย้ายปลูก จึงสามารถเก็บเกี่ยวได้ โดยใช้วิธีรดน้ำให้ดินชุ่ม ก่อนถอนออกมาทั้งรากน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต