วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

ตำลึง


ตำึลึง นั้นเป็นผักสวนครัวที่ส่วนใหญ่แล้วมักขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบชนบท เรานึงหาตำลึงมาประกอบอาหารรับประทานไ้ด้ไม่ยากนัก หากแต่ถ้าเราอยู่ในเมืองใหญ่ อาจจะลำบากในการเสาะหาตำลึงตามธรรมชาติอยู่ค่อนข้างมาก ดังนั้น ปัจจุบันนี้จึงมีการปลูกตำลึงเพื่อนำมาขายเป็นผักสวนครัวกันเป็นอาชีพ

ตำลึง
ผักตำลึง เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เบต้าแคโรทีน ซึ่งมีประโยชน์มากต่อสายตา ก้านซึ่งมีเส้นใยมากสามารถดักจับไนเตรทได้ดี จึงมีผลทำให้ลดความเสี่ยงจากมะเร็งในกระเพาะอาหาร ใบตำลึงสามารถใช้เป็นยาแก้ไข้ แม้แต่ตำรายากลางบ้านก็ยังใช้ผลตำลึงในการแก้โรคเบาหวาน

ตำลึงนั้นเป็นพืชผักที่โตเร็วค่ะ ในวัน ๆ หนึ่ง ตำลึงอาจโตได้ถึง 10 เซนติเมตร ดังนั้นการปลูกตำลึง จึงต้องปลูกในกระถางทรงสูง หรือภาชนะที่ใหญ่พอสมควร อาจจะปลูกไ้ว้ัที่ราวระเบียงบ้าน หรือแขวนห้อยไว้เอาไว้ก็ได้

วิธีการปลูกตำลึงนั้น สามารถปลูกได้สองวิธีค่ะ นั่นก็คือปลูกด้วยการตัดกิ่งมาจากเถาที่ใบไม้เว้าเป็นร่อง เถานี้จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 7-10 มิลลิเมตร ยาว 15-20 เซนติเมตร ใช้โคนปักลงดินปลูกโดยตรง โดยควรปลูกหน้าฝน ซึ่งต้นตำลึงจะโตได้เร็วกว่าช่วงอื่น ๆ ประมาณ 20-25 วัน กิ่งชำก็จะแตกกิ่งก้านมีรากพร้อมปลูก ตำลึงไม่ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ ดังนั้นดินปลูกก็ต้องร่วนโปร่งและระบายน้ำได้ดีนะคะ

วิธีที่สองก็คือ การปลูกตำลึงด้วยเมล็ดค่ะ วิธีนี้ทำได้ง่าย โดยครั้งแรกให้หาเมล็ดจากต้นตำลึงข้างทาง โดยลูกตำลึงจะเป็นสีแดงอยู่บนต้น นำมาแกะก็จะพบเมล็ดอยู่ภายใน นำเมล็ดมาเพาะให้เป็นต้นตำลึงเพื่อปลูก แต่วิธีนี้จะใช้เวลานานหน่อยในการปลูก และต้องคอยเวลาให้ลูกตำลึงแก่จัด แถมยังต้องคอยแย่งกับนกด้วย เนื่องจากนกเองก็ชอบกินลูกตำลึงสุกเช่นกัน

หลังจากปลูกต้นตำลึงแล้ว ควรใส่ปุ๋ยบำรุงสูตร 16-16-16 กระถางละ1 ช้อนบ่อย ๆ ค่ะ จากนั้นก็รดน้ำสม่ำเสมอ ประมาณ 1 เดือนก็จะสามารถเก็บยอดได้ ช่วงแรกเมื่อเห็นตำลึงออกดอกให้เด็ดดอกทิ้งทั้งหมด เพื่อไม่ให้ต้นเลี้ยงดอกและลูก ก็จะทำให้เราสามารถเก็บยอดตำลึงกินได้ตลอดทั้งปีนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก http://agri.kps.ku.ac.th/agri_pratom6/Ivygourd.html


วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

ผักโขม

ผักโขม ผักขม หรือผักโหม นั้น เป็นผักที่นอกจากจะมีรสชาดอร่อยแล้ว ยังอุดมด้วย วิตามินเอ กรดโฟเลต แคโรทีน โปรแตสเซียม และเบต้าแคโรทีน ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์อยู่มากอีกด้วยค่ะ สำหรับผักโขมที่ปลูกกันอยู่ในบ้านเรานั้น แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดด้วยกัน คือผักโขมชนิดใบเขียว หรือผักโขมสวน ซึ่งขึ้นได้ดีในทุกภาค สามารถเก็บยอดอ่อนมาประกอบอาหารรับประทานได้เรื่อย ๆ และมีอายุยาวกว่าผักโขมชนิดอื่น

ผักโขม
ผักโขม ชนิดที่สอง คือ ผักโขมใบสามสี จะมีลักษณะต้นที่เล็กออกดอกง่าย จึงควรรีบเก็บเกี่ยวไปประกอบอาหารก่อนออกดอก โดยการเก็บจะเก็บทั้งต้นและรากคล้ายการเก็บผักบุ้งจีน ผักโขมชนิดนี้มีอายุประมาณ 40 วัน

ผักโขม ชนิดสุดท้าย ก็คือ ผักโขมไต้หวัน หรือผักโขมจีนใบขาวค่ะ ลักษณะใบจะเป็นใบที่ใหญ่และหยิกย่นคล้ายใบผักกาด ต้องรีบเก็บไปทำอาหารก่อนการออกดอกเช่นกัน ผักโขมชนิดนี้มีอายุประมาณ 40 วัน

ผักโขมทั้งสามชนิดชอบแสงแดดจัดค่ะ หรืออาจปลูกได้ในที่ที่มีแสงแดดครึ่งวัน วีธีการปลูกก็เหมือนกับพืชผักสวนครัวอื่น คือให้หว่านเมล็ดในแปลงปลูกหรือภาชนะเพาะประมาณ 4-5 วัน ต้นอ่อนก็จะงอก ระหว่างการเจริญเติบโต ควรรดน้ำเช้า-เย็น หมั่นกำจัดวัชพืช เมื่ออายุได้ 40 วันแล้ว จึงสามารถเก็บเกี่ยวมาประกอบอาหารได้ทั้งสามชนิดน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

ผักตังโอ๋


ผักตังโอ๋ นั้นนิยมนำเอาต้นอ่อนและใบมาประกอบอาหารได้หลากหลายชนิดเลยทีเดียวค่ะ เนื่องจากเป็นผักที่มีรสชาดอร่อย เนื้อใบนุ่ม นิยมทำแกงจืดหมูสับ ใส่ในต้มเลือดหมู หรือนำมาผัดรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็ได้ นอกจากนี้แล้วตังโอ๋ยังมีสรรพคุณเป็นยาเย็นที่ช่วยแก้ร้อนใน และมีวิตามีซีรวมไปถึงแคลเซียมสุงอีกด้วย

ผักตังโอ๋
ต้นกำเนิดของผักตังโอ๋นั้น ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยค่ะ แต่จะมีปลูกมากทั้งในจีนและญี่ปุ่น เป็นผักที่นับเป็นเครือญาติกับ เบญจมาศ เก๊กฮวย สำหรับในไทยของเรานั้น สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ ยกเว้นทางภาคใต้ เนื่องจากผักชนิดนี้ชอบอากาศหนาว และเป็นผักที่ชอบแดด จึงมักนิยมปลูกกลางแจ้ง หรือได้รับแสงครึ่งวันก็สามารถปลูกได้

การปลูก ตังโอ๋ ควรเตรียมดินในแปลงปลูกให้ลึกราว 20 เซนติเมตรค่ะ ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกจำนวน 5 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ปรับผิวดินให้เรียบ หว่านเมล็ดบาง ๆ ให้กระจายทั่วถึงกัน แล้วกลบเมล็ดด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกบาง ๆ อีกครั้ง รดน้ำจนดินชุ่มแล้วควรใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ปิดทับให้แนบกับผิวดินแปลงปลูก โดยมีเศษวัสดุหนัก ๆ ปิดทับไว้เพื่อกันลมพัดกระดาษหนังสือพิมพ์ปลิวน่ะนะคะ

เมื่อรดน้ำทับกระดาษหนังสือพิมพ์เช้าเย็นติดต่อกัน 4 วัน ให้เปิดกระดาษหนังสือพิมพ์ออกค่ะ ผักตังโอ๋จะขึ้นมาสม่ำเสมอกันทั่วแปลง ควรเก็บวัชพืชออกจากแปลงปลูกให้หมด เพื่อป้องกันการแย่งอาหารและศัตรูพืช

ผักตังโอ๋ จะสามารถเก็บเกี่ยวมาประกอบอาหารได้เมื่อมีอายุนับจากวันงอกราว 40 วันค่ะ วิธีเก็บเกี่ยวควรใช้มีดบางคมตัดโคนต้นใต้ใบ และเลือกตัดแต่ต้นใหญ่ออกมาก่อนโดยปล่อยให้ต้นเล็กเจริญเติบโตต่อไปน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก คู่มือปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก http://talk.mthai.com/topic/101170

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ผักชีฝรั่ง


ผักชีฝรั่ง นั้น แม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นฝรั่ง แต่ก็เป็นผักที่พบได้มากในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น เช่นภาคเหนือ และเป็นผักที่สามารถนำมาประกอบอาหาร เป็นเีครื่องเคียงเพิ่มรสชาด ดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ให้กับอาหารประเภท ต้มยาำ ลาบ หมูน้ำตก เนื้อน้ำตก ต้มแซบอีสาน ซุปหน่อไม้ ได้อีกด้วยน่ะนะคะ

ผักชีฝรั่ง
การ ปลูกผักชีฝรั่ง นั้นทำได้ง่ายมากค่ะ วิธีการก็คือ ให้เพื่อน ๆ ไปเลือกซื้อผักชีฝรั่งที่ขายกันอยู่ตามท้องตลาดหรือตามศูนย์อาหารในห้างก็ได้ เลือกเอาชนิดที่มีรากติดมาด้วย จากนั้นก็ให้นำส่วนของใบมาประกอบอาหาร และตัดส่วนโคนที่เหลือไปทำการชำในกระถาง ขนาด 6-12 นิ้ว โดยใช้เครื่องชำเป็นขี้เถ้าแกลบผสมทรายหยาบในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน หรือใช้ดินถุงทั่วไปก็ได้ เมื่อปลูกต้นผักชีลงไป ก็ทำการรดน้ำให้ดินชุ่มและครอบปากกระถางไว้ด้วยถุงพลาสติกเพื่อรักษาความชื้น นำกระถางไปตั้งบริเวณที่โดนแดดบ้างในลักษณะกึ่งร่มกึ่งแดด ทิ้งไว้ 20 วัน ผักชีฝรั่งก็จะแตกรากใหม่แตกกอใหม่ จากนั้นให้นำถุงพลาสติกออก หมั่นรดน้ำพรวนดิน ต้นผักชีฝรั่งก็จะโตจนสามารถเก็บมาประกอบอาหารได้อีกครั้งหนึ่งน่ะนะคะ



ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

วิธีปลูกผักชี


ผักชี นั้น สามารถขึ้นได้ดีในดินแทบทุกประเภทค่ะ ตามปกติแล้วผักชีสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ปริมาณการเก็บเกี่ยวจะน้อยลงเมื่อเข้าฤดูแล้ง จึงทำให้ผักชีมีราคาแพง

ปัจจัยที่จะทำให้การปลูกผักชีได้ผลดีที่สุด ต้องเริ่มที่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่แน่ใจว่ามีการงอกสูงมาปลูกค่ะ พันธุ์ของผักชีที่นิยมปลูกกันก็ได้แก่ พันธุ์พื้นเมือง พันธุ์สิงคโปร์ พันธุ์สิงคโปร์เมล็ดดำ พันธุ์ใต้หวัน และัพันธุ์แอฟริกา

ผักชี
การปลูกผักชีเป็นพืช ผักสวนครัว ในรั้วบ้านนั้น ควรใช้วิธีการหว่านเมล็ดลงในแปลงปลูกนะคะ โดยการนำเมล็ดพันธุ์มาบีบให้แตกเป็นสองซีกแล้วนำไปแช่น้ำพอท่วม ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง จึงนำมาผึ่งลมให้แห้ง เคล้ากับทรายหรือขี้เถ้า เมื่อเมล็ดเริ่มงอก จึงนำไปหว่านในแปลงปลูกแล้วคลุมด้วยหญ้าแห้ง เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวดิน

ผักชีนั้นต้องการปุ๋ยเพิ่มเติมด้วยเช่นกันค่ะ การใส่ปุ๋ยควรใช้ปุ๋ยคอกใส่รองพื้นตั้งแต่ตอนที่เตรียมดินก่อนปลูก เมื่อปลูกจนแตกใบแล้วจึงใช้ปุ๋ยหมัก หากต้องการเร่งให้ต้นเติบโตเร็ว ก็ให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต โดยผสมกับน้ำ 3-4 ช้อนแกงต่อน้ำ 1 ปี๊บ ทำการฉีดพ่นในแปลงปลูก

ดินที่สามารถปลูกผักชีให้งอกงามดีคือดินร่วน เนื่องจากผักชีเป็นผักที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งต้นและราก การปลูกในดินร่วนทำให้เราสามารถดึงต้นผักชีออกมาได้สมบูรณ์ทั้งสองส่วน

เราสามารถเก็บเกี่ยวผักชีเมื่อผักชีมีอายุประมาณ 40-60 วัน โดยก่อนถอนควรรดน้ำให้ดินชุ่มเสียก่อน จากนั้นจึงดึงถอนขึ้นมาทั้งต้นและราก เพื่อใช้ในการประกอบอาหารได้อย่างที่ต้องการน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

ผักชี

ผักชี นั้นเป็นผักที่ถูกนำไปใช้ประกอบอาหารในหลาย ๆ อย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการปรุงรส ปรุงกลิ่น แต่งสีสัน หรือแต่งหน้าอาหารเพื่อให้ดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นผักสดที่ให้คุณค่าทางอาหารแล้ว ยังทำให้อาหารชนิดนั้น ๆ สวยงามขึ้นอีกด้วย

ผักชี

มีน้อยคนนักนะคะ ที่จะรู้ถึงสรรพคุณของผักชี เนื่องจากคิดว่าผักชีก็แค่ผักโรยหน้าให้อาหารสวยงามตามธรรมดา แต่คุณสมบัติของผักชีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราก็คือ การช่วยย่อยอาหาร และทำให้ท้องไม่อืดไม่เฟ้อ โดยทางประเทศแถบยุโรป ได้มีการใช้ลูกผักชีในการแก้ปวดท้องอีกด้วย

ผักชี นั้นปลูกขึ้นได้ในดินทุกประเภทค่ะ สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แม้่ว่าช่วงฤดูแล้งจะทำให้ปริมาณของผักชีที่ออกสู่ท้องตลาดน้อยลง ทำให้ผักชีมีราคาสูง ดังนั้นผักชีจึงเป็นผักสวนครัวอีกชนิดหนึ่งที่สวนแสนรักแนะนำให้ปลูกเอาไว้ในรั้วบ้านเพื่อใช้ประกอบอาหารรับประทานเองน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกผักชีด้วยกันค่ะ แล้วกลับมาพบกันใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่้มือปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต