วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วิธีปลูกแคอท


เนื่องจาก แครอท เป็นพืชที่เติบโตทางราก หรือที่เราเรียกว่าหัวแครอท และหัวแครอทที่สมบูรณ์จริง ๆ นั้น ก็จะมีความยาวได้ถึง 20-25 เซนติเมตร ดังนั้นเมื่อต้องการปลูกแครอทให้ได้หัวที่สมบูรณ์ ก็ต้องเตรียมดินให้มีความร่วนซุยลึกไม่ต่ำกว่า 40 เซนติเมตร และควรปรับสภาพดินให้เหมาะสม โดยหากเป็นดินเหนียวก็ต้องใส่ปุ๋ยหมักและขี้เถ้าแกลบให้มากพอเสียก่อน

แครอท
เมล็ดแครอทนั้นมีขนาดมากค่ะ ดังนั้นเมื่อจะทำการปลูกจึงควรหว่านกระจายให้สม่ำเสมอบนแปลงเพาะกล้า โดยต้องผสมทรายหยาบปนกับเมล็ดในอัตรา 3 ต่อ 1 ก่อนหว่านรดน้ำหน้าดินให้ชุ่ม ปาดหน้าดินให้เรียบเพื่อไม่ให้เมล็ดไหลลงรูดินลงไปลึกจนโผล่ไม่พ้นแปลงปลูก เมื่อหว่านเมล็ดแล้ว จึงทำการกลบทับด้วยปุ๋ยหมักเบา ๆ รดน้ำ ปิดทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ 2 ชั้นเพื่อรักษาความชุ่มชื้น

ควรหมั่นรดน้ำบนกระดาษที่ปิดหน้าแปลงปูกประมาณ 4 วันค่ะ จากนั้นจึงเปิดออก ก็จะเห็นต้นกล้าเล็ก ๆ งอกขึ้นมา จากนั้นก็หมั่นดูแลรดน้ำวันละ 3 ครั้ง เช้ากลางวันเย็น เพื่อให้รากแก้วที่จะเติบโตเป็นหัวแครอทเจริญเติบโตได้ดี หากมีการรดน้ำบำรุงดี รากแก้วจะโตลึกลงไปในดินในแนวตั้งอย่างรวดเร็ว เพียง 25-30 วัน รากแก้วจะโตได้ถึง 10-15 เซนติเมตร ขณะที่ต้นเหนือพื้นดินสูงแค่ 10-15 เซนติเมตรเท่านั้น จากนั้นรากแก้วก็จะขยายตัวในด้านข้าง และเปลี่ยนจากสีขาวมาเป็นสีส้ม และเราต้องทำการถอนแยกเพื่อทำการจัดระยะปลูกใหม่อีกครั้ง เพื่อไม่ให้ต้นแครอทเจริญทางลำต้นและไม่ลงหัว โดยสามารถถอนแยกได้ 2 ระยะด้วยกันได้แก่

  1. ถอนแยกเมื่อต้นมีอายุนับจากวันงอก 20 วัน ลำต้นสูงราว 10-15 เซนติเมตร โดยถอนเอาต้นที่บอบบาง ลำต้นทอดยาว 1-1.5 เซนติเมตรออกให้หมด เพราะเป็นต้นที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรง
  2. ถอนแยกเมื่อต้นมีอายุ 40-50 วัน หากต้องการหัวเล็ก ๆ สำหรับรับประทานสดเป็นคำ ๆ แล้วปล่อยให้หัวอื่น ๆ เจริญเติบโตต่อ
การเก็บเกี่ยว สามารถเก็บเกี่ยวเมื่อ แครอท มีอายุได้ราว 85-90 วันค่ะ โดยรดน้ำแปลงปลูกให้ชุ่มเพื่อให้ดินอ่อนตัวลง ใช้มือรวบใบให้หมดแล้วถอนขึ้นมาจากดินในแนวตั้ง นำหัวไปล้างให้สะอาด ผึ่งลมให้ผิวแห้งสนิทดี แล้วใช้ฟิล์มถนอมอาหารห่อให้แนบสนิท แช่ไว้ในช่องแช่ผักในตู้เย็น เพื่อนำไปประกอบอาหารได้นาน ๆ น่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก foodslender.com

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แครอท


แครอท จัดว่าเป็นไม้ล้มลุกประเภทหนึ่งทางแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลางค่ะ มีลำต้นหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าแท่งดินสอหรือที่เราเรียกว่า แครอทเบบี้ ไปจนถึงขนาดใหญ่ มีอายุโดยเฉลี่ย 1-2 ปี โดยมีหัวซึ่งก็คือรากแก้วที่เจริญเติบโตอยู่ใต้ดินเป็นสีส้ม และมีลำต้นเหนือพื้นดินยาวเพียงแค่ 1 เซนติเมตรเท่านั้น

แครอท
ปัจจุบันนี้มีการค้นคว้าจนพบว่า ต้นแครอท มีคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารเบต้าแคโรทีน ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นสารวิตามินเอได้โดยเอนไซม์ในลำไส้ของคน และเป็นสารที่มีคุณสมบัติเป็นแอนตี้ออกซิเดนท์ (antioxidant) ซึ่งทำหน้าที่ทำลายอนุมูลอิสระ ตัวการทำให้เกิดความแก่ชรา และเป็นต้นเหตุทำให้เซลล์ในร่างกายของคนบางส่วนกลายเป็นโรคมะเร็ง ปัจจุบันจึงมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้รับประทานแครอทกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินเอ ซึ่งช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทนท้านโรคหวัด ป้องกันอาการผิดปกติในกระดูก ป้องกันโรคผิวหนัง และช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย

ต้นแครอทนั้นเป็นพืชที่ปลูกง่ายค่ะ ไม่มีศัตรูพืชที่เป็นแมลงรบกวน และสามารรถปลูกเป็นไม้ประดับได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แครอทพันธุ์ที่ทนร้อนซึ่งสามารถปลูกเป็น สวนครัว ได้ตลอดทั้งปี

ในตอนหน้าของบล็อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกแคอทไว้เป็นพืชผักสวนครัวในรั้วบ้านกันนะคะ



ภาพประกอบจากอินเตอร์ฺเน็ต
อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือปลูกผักสวนครัว






วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กระเทียม


กระเทียม นั้นเป็นทั้งผักและยาค่ะ กระเทียมมีชื่อเสียงในด้านการช่วยละระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับคลอเรสเตอรอล และยับยั้งเส้นเลือดตีบ ฯ นอกจากนี้ยังใช้เป็นผักปรุงรสอาหาร ทั้งต้นและหัวสดได้อีกด้วย

ประเทศไทยของเรานั้นปลูกกระเทียมได้ดีในภาคเหนือค่ะ เนื่องจากกระเทียมชอบอุณหภูมิที่ต่ำและต้องการช่วงกลางวันยาวเพื่อลงหัว

กระเทียม

การปลูกกระเทียมเป็นพืช ผักสวนครัว ส่วนใหญ่แล้วมักจะปลูกเพื่อนำต้นสดมารับประทานมากกว่า กระเทียมนั้นขยายพันธุ์ด้วยหัวหรือกลีบ ซึ่งกลีบจะมีระยะฟักตัวราว 1-2 เดือน หลังจากวันที่เก็บเกี่ยว และควรปลูกในช่วงฤดูหนาว โดยการเตรียมดินปลูกด้วยการขุดดินลึก 30-40 เซนติเมตร ยกแปลงปลูกกว้างราว 1 เมตร แล้วใส่ปุ๋ยหมักคลุกให้ทั่วกับดิน เมื่อให้น้ำพอดินเปียกหมาด ๆ แล้วก็ให้นำเอากลีบกระเทียมมาปักลงบนดินที่เตรียมไว้ โดยเว้นระยะระหว่างหัว 5-10 เซนติเมตร ระหว่างแถวราว 50 เซนติเมตร รดน้ำแล้วคลุมหน้าดินด้วยหญ้าหรือฟาง ให้น้ำเช้าเย็นเป็นประจำ ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวต้นมาทำอาหารได้เมื่ออายุประมาณ 55-60 วันน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก bewty-drink.blogspot.com/2012/05/garlic.html

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

หอมแดง


คนไทยของเรานั้น นิยมนำ หอมแดง มาเป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงเผ็ดค่ะ นอกจากนี้ก็ยังสามารถนำไปใส่ในไข่เจียวหมูสับ ซุปหางวัว หรือรับประทานสดโดยฝานเป็นแว่นบาง ๆ ร่วมกับแหนมสด เมี่ยงคำ ปลาเค็มทอดบีบมะนาว ได้อีกด้วย

หอมแดง
นอกจากนี้แล้ว หอมแดง ยังสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารประเภทหลนทุกอย่าง ใช้เป็นเครื่องของนมหวาน เช่น หอมแดงซอยเจียวใส่ในข้าวเหนียวหน้าปลาแห้ง ขนมหม้อแกง และไข่ลูกเขย

หอมแดงนั้นนอกจากจะเป็นส่วนประกอบของอาหารแล้ว ยังให้สรรพคุณทางยารักษาโรค ใช้ลดไข้และรักษาแผล ช่วยละระดับน้ำตาลในเลือด ยับยั้งเส้นเลือดอุดตัน รับประทานเป็นยาขับลม แก้หวัดคัดจมูก แก้อาการอักสบต่าง ๆ ได้อีกด้วย

การปลูกหอมแดงเป็นพืช ผักสวนครัว ในรั้วบ้านนั้น ควรเตรียมดินปลูกในแปลงแล้วใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักให้ทั่วถึง สับคลุกหน้าดินให้ลึกราว 10 เซนติเมตร แล้วจึงเกลี่ยผิวดินให้เรียบพร้อมปลูก

ก่อนปลูกควรรดน้ำแปลงปลูกให้ดินชุ่มชื้นค่ะ จากนั้นนำหัวหอมพันธุ์มาปลูกลงในแปลง โดยเอาส่วนโคนหรือที่เคยเป็นที่ออกรากเก่าจิ้มลงไปในดินประมาณครึ่งหัว เว้นระยะปลูกระหว่างหัวประมาณ 10 เซนติเมตร และควรระวังอย่ากดแรงนักจะทำให้ลำต้นหรือหัวชอกช้ำจะทำให้ไม่งอก หรืองอกรากช้า หลังจากปลูกเสร็จให้ทำการคลุมแปลงปลูกด้วยหญ้าแห้งหรือฟาง เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและคุมวัชพืช จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม ๆ ต้นหอมจะงอกออกมาภายใน 7-10 วัน หากหัวใดไม่ลอกให้ทำการปลูกซ่อมทันที

หัวหอมแดงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อมีอายุ 2-3 เดือนน่ะนะคะ โดยเมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว ต้องนำมาผึ่งลมในที่ร่มให้ใบเหี่ยวแห้งจากนั้นก็มัดเป็นจุก แล้วนำไปแขวนไว้ในที่ร่ม เช่นใต้ถุนบ้าน ให้มีลมโกรก เพื่อระบายความชื้นจากหัวและใบหอม ระวังไม่ให้ถูกแดด ฝนหรือน้ำค้าง เพื่อไม่้ให้หัวหอมเกิดโรคราสีดำและเน่าเสียหายเช่นเดียวกับกระเทียมค่ะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก khonkaset.com
ภาพประกอบจาก nanagarden.com