วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วิธีการเตรียมภาชนะปลูกพืชผักสวนครัว

การจัดเตรียมภาชนะที่ใช้ ปลูกพืชผักสวนครัว นั้น มักจะเป็นการปลูกผักสวนครัวในพื้นที่เล็ก ๆ ที่จำเป็นต้องจัดหาภาชนะสำหรับใส่ดินไว้สำหรับปลูกค่ะ อาทิเช่น กระถางดินเผา กระป๋อง ถาด ยางรถยนต์ กะละมัง เป็นต้น ซึ่งภาชนะเหล่านี้ ควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 6 นิ้วและลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับรากของพืชในการเจริญเติบโต ซึ่งพืชผักที่ปลูก ก็สามารถปลูกได้ทั้ง พริก ผักกกาดหอม กระเทียม หอมแดง และผักอื่น ๆ ที่มีระบบรากตื้น ส่วนผักชนิดอื่น ๆ ที่ปลูกไว้เพื่อกินหัว เช่น แครอท ก็ควรปลูกในภาชนะที่มีความลึกมากกว่านี้ และผักที่ต้องปลูกในภาชนะที่ใหญ่ขึ้นอีก ก็เป็นผักจำพวก แตงกวา ถั่ว มะเขือเทศ เป็นต้นน่ะนะคะ


ภาชนะที่ใช้ในการปลูก ไม่ว่าจะเป็นภาชนะชนิดใดก็ควรมีรูระบายน้ำที่ก้นภาชนะค่ะ เนื่องจากผักที่ปลูกในภาชนะเหล่านี้ต้องมีการให้น้ำทุกวัน จึงควรมีการระบายน้ำที่ดี ดังนั้นก่อนการปลูกพืชผักสวนครัวในภาชนะต่าง ๆ ก็ควรดูแลให้ภาชนะที่จะทำการปลูกนั้นมีความเหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิดด้วยนะคะ


ภาพประกอบจากอินเตอร์ฺเน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผักที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี

ผัก หลายชนิดนั้น เราสามารถปลูกไว้ทานได้ตลอดทั้งปีค่ะ ผักเหล่านั้นได้แก่ สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู ผักชีฝรั่ง หอมแบ่ง แมงลัก กะเพรา โหระพา ตำลึง ผักบุ้งไทย กระชาย ข่า ตะไคร้ บัวบก มะแว้ง มะเขือพวง และมะเขือต่าง ๆ


นอกจากนี้แล้วยังมีผักจำพวก ผักกาดหอม ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ตั้งโอ๋ ผักบุ้งจีน แตงโม และถั่วฝักยาว ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตมารับประทานได้ตลอดทั้งปีด้วยน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีการเตรียมภาชนะปลูกพืชผักสวนครัวกันค่ะ แล้วกลับมาพบกันใหม่ในครั้งหน้านะคะ :)



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผักที่ควรปลูกในฤดูร้อน

ผักที่ควรปลูกในฤดูร้อน ซึ่งอยู่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงราวเดือนพฤษภาคมนั้น คือผักจำพวกที่ทนร้อนและทนแล้งได้ดีค่ะ แต่ถึงแม้ว่าผักชนิดดังกล่าวจะเป็นผักที่ทนสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งได้ดี แต่ก็ยังต้องดูแลรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ และต้องพรวนดินคลุมแปลงปลูกด้วยหญ้าหรือฟางข้าว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นไว้ให้เพียงพอด้วยนะคะ


ผักที่ควรปลูกในฤดูร้อน มีหลายชนิดด้วยกันค่ะ ได้แก่ ข้าวโพดเทียน ข้าวโพดหวาน ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผักกาดหอม ผักชี บวบ มะระ ถั่วพุ่ม ถั่วฝักยาว ฟักทอง แฟง ถั่วพู คะน้า ผักกาดขาวเล็ก ผักกาดเขียวใหญ่ มะเขือมอญ เป็นต้น

ในครั้งหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูชนิดของผักที่สามารถปลูกไว้รับประทานได้ตลอดทั้งปีกันนะคะ



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผักที่ควรปลูกในฤดูฝน

ฤดูฝนนั้น จะนับตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคมค่ะ ผักที่ควรปลูก ในช่วงต้นฤดูนี้ได้แก่ น้ำเต้า ผักบุ้งจีน กระเจ๊ยบเบียว หอมแบ่ง ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผักบุ้ง คะน้า พริกต่าง ๆ มะเขือต่าง ๆ ผักกาดหัว ผักกาดหอม บวบ มะระ ฟักเขียว แฟง แตงกวา ข้าวโพดหวาน ถั่วพุ่ม และ ถั่วฟักยาว


สำหรับช่วงปลายฤดูฝน เลยไปถึงช่วงต้นฤดูหนาวนั้น ได้แก่ กะหล่ำปลี กำหล่ำดอก กะหล่ำปม ถั่วลันเตา หอมหัวใหญ่ บร็อคโคลี่ ผักกาดเขียวปลี ผักกาดขาวปลี ผักกาดหอมห่อ ผักชี แรดิช แครอท พริกยักษ์ พริกหยวก ฟักทอง มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย ข้าวโพดหวาน แตงเทศ และแตงโม เป็นต้น

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูชนิดของผักที่ควรปลูกในช่วงฤดูร้อนกันบ้างนะคะ :)





เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

การเลือกฤดูปลูกผักสวนครัว

การเลือกฤดูที่จะทำการ ปลูกผักสวนครัว นั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้พืชผักสวนครัวของเรามีอัตราการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรงน่ะนะคะ เพราะผักชนิดหนึ่ง ๆ นั้น ไม่สามารถจะปลูกได้ทุกฤดูกาล เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องแสง ความชื้น หรือแม้แต่อุณหภูมิที่เหมาะสมกับการปลูก อย่างเช่น หากเรานำผักที่ต้องการอากาศเย็นมาปลูกในฤดูร้อน แม้ผักบางชนิดจะเติบโตได้ แต่ก็ไม่อาจเก็บผลผลิตได้ ดังนั้นในวันนี้บล้อกสวนแสนรักจะพาเพื่อน ๆ ทุกท่าน มา่ทำความรู้จักกับความเหมาะสมของสภาพอากาศที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของพืชผัก โดยสามารถแยกได้ดังนี้ค่ะ


1. ผักที่กินใบ เช่น ผักกาดหอม คะน้า ผักกาดเขียว ขึ้นฉ่าย จะต้องการอากาศเย็นเพื่อการเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ยกเว้นคะน้า ที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

2. ผักกินหัว เช่น ผักกาดหัว แครอท หอม ควรปลูกในฤดูหนาว เว้นแต่ผักกาดหัวบางชนิดที่ปลูกได้ตลอดปี

3. ผักกะหล่ำชนิดต่าง ๆ เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ต้องปลูกในฤดูหนาว แต่ก็มีบางพันธุ์ที่ปลูกในฤดูร้อนได้

4. ถั่ว พืชตระกูลถั่วมักปลูกได้ดีในฤดูร้อน เช่น ถั่วนั่ง ถั่วฝักยาว แต่ถั่วชนิดอื่น ได้แก่ ถั่วแขก ถั่วลันเตา ต้องการอากาศหนาวเย็นในการปลูก

5. แตงชนิดต่าง ๆ ปลูกได้ดีในฤดูร้อน เช่น แตงกวา แตงโม แตงไท ฟักทอง ฟักแฟง น้ำเต้า เป็นต้น

6. พริกและมะเขือ ควรเริ่มปลูกช่วงอากาศอุ่นจนถึงร้อนค่ะ ยกเว้นพริกยักษ์และมะเขือเทศบางพันธุ์ ที่ต้องการอากาศเย็น

7. ข้าวโพดและกระเจี๊ยบ ปลูกได้ตลอดทั้งปี

8. ผักที่สามารถปลูกได้นานกว่า 1 ฤดู ได้แก่ หน่อไม้ฝรั่ง

ในตอนหน้าเราจะมาดูว่าผักแต่ละชนิด ที่ควรปลูกในแต่ละฤดูนั้น มีผักชนิดใดบ้าง และควรปลูกนับตั้งแต่เดือนใดถึงเดือนใด กลับมาติดตามบล้อกสวนแสนรักได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ :)



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วิธีการเตรียมดินสำหรับปลูกพืชผักสวนครัว

สวัสดีค่ะ เพื่อนน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

การเตรียมดินสำหรับการ ปลูกพืชผักสวนครัว นั้น เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนก่อนที่เราจะลงมือปลูกต้นอ่อนหรือหว่านเมล็ดของพืชผักสวนครัวที่เราต้องการปลูกไว้รับประทานเองที่บ้านน่ะนะคะ

คำถามก็คือ ในขั้นตอนของการ เตรียมดิน นั้นสำคัญอย่างไรกับการปลูกพืชผักสวนครัว คำตอบก็คือ การเตรียมดินก่อนทำการปลูกนั้น จะ่ช่วยให้ดินมีสภาพความพร้อมในการปลูกพืชต่าง ๆ ช่วยให้มีการระบายน้ำและการหมุนเวียนถ่ายเทอากาศดี ซึ่งจะทำให้พืชผัดที่เราทำการปลูกนั้นเจริญงอกงาม



วิธีการเตรียมดินนั้น ทำได้ด้วยการปรับปรุงสภาพของดินให้เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชผักค่ะ ด้วยการใส่อินทรีย์วัตถุและธาตุอาหารที่เหมาะสมกับพืช ซึ่งก็จะได้แก่พวกปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปรับปรุงดินให้มีลักษณะเป็นกรดอ่อน ๆ โดยใส่ปูนขาว หรือหากเป็นดินทราย,ดินร่วน ก็อาจจะทำการยกร่องเพียงเล็กน้อย โดยมากการเตรียมดินปลูกนั้นจะใช้จอบขุดหน้าดินให้ลึกประมาณ 8 นิ้วค่ะ จากนั้นก็พลิกกลับดินด้นบนลงล่าง และปล่อยให้ดินแตกร่วนเป็นก้อนเล็ก ๆ ใส่ปุ๋ยหว่านให้ทั่วแปลงและสับดินให้เข้ากับปุ๋ย

อนึ่งถ้าเรา ปลูกผัก ติดกันหลาย ๆ แปลง ก็ควรทำแปลงให้ขนานไปกับแนวทิศตะวันตกและตะวันออกนะคะ เพื่อให้ผักที่ปลูกได้รับแสงแดดโดยทั่วถึงกัน

สำหรับดินที่ปลูกในกระถางหรือภาชนะอื่น ก็ควรปรับสภาพดินเช่นเดียวกันค่ะ เพื่อให้สภาพดินเหมาะสมสำหรับการปลูกพืช หรือถ้าต้องการความสะดวก ก็สามารถซื้อดินถุงสำเร็จจากร้านขายต้นไม้ก็ได้ (แต่ส่วนใหญ่ดินถุงมักจะเบามาก เหมาะสำหรับปลูกพืชผักในกระถางแขวนมากกว่า) หากจะผสมดินใช้เอง ก็ใช้สูตร ทรายละเอียด 1 ส่วน ดินร่วนซุย 1 ส่วน อินทรีย์วัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก  ปุ๋ยหมัก หรือขี้เลื่อย 1 ส่วน ผสมโดยคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็สามารถนำมาใช้เป็นดินปลูกที่มีคุณภาพดีได้เช่นกันน่ะนะคะ :)



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต



วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การเลือกพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัว

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

การ ปลูกผักสวนครัว เล็ก ๆ น้อย ๆ ในรั้วบ้านของเรานั้น ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากนักก็สามารถปลูกได้ค่ะ แต่หากเรามีพื้นที่มากพอ ก็ควรเลือกให้พื้นที่ที่จะทำการปลูกอยู่ใกล้บ้านมากที่สุด เพื่อให้สะดวกในการเข้าไปดูแลและเก็บผักได้


ข้อแนะนำสำหรับการเลือกพื้นที่ในการปลูกผักสวนครัวนั้นก็คือ เราควรเลือกที่จะทำแปลงผักหรือปลูกผักสวนครัวในที่ที่โล่งแจ้ง ปราศจากเงาของบ้านและต้นไม้ใหญ่ค่ะ เพื่อป้องกันรากต้นไม้แย่งน้ำและอาหารจากพืชผักที่เราปลูก อย่างน้อยพื้นที่ที่เราปลูกพืชผักก็ควรมีแสงแดดส่องถึงสักครึ่งวัน เพื่อให้ผักเจริญเติบโตได้ดี หรือหากมีพื้นที่จำกัด ก็เลือกปลูกผักตามสภาพความต้องการแสงแดด เช่น ปลูก พริก มะเขือ ให้อยู่ในแปลงที่ได้รับแสงแดดตลอดวัน และปลูกผักกินใบ เช่น คะน้า ผักกาดหัว ให้อยู่บริเวณที่ได้รับแสงแดดเพียงเล็กน้อย เป็นต้น

สวนครัว ของเรานั้น ควรตั้งอยู่ในที่ที่ระบายน้ำได้ดี และมีลักษณะเนื้อดินที่ดี เหมาะสมกับการปลูกพืชผักค่ะ ผักส่วนใหญ่แล้วไม่ต้องการหน้าดินลึกเหมือนไม้ผล แต่ก็ควรเป็นดินที่มีลักษณะโปร่งและระบายน้ำได้ดี มีธาตุอาหารสมบูรณ์ ดังนั้นจึงควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหารพืชลงไปเพื่อปรับปรุงดินบ้าง เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เป็นต้น

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีการเตรียมดินสำหรับปลูกพืชผักสวนครัวกันค่ะ แล้วกลับมารพบกันใหม่ในครั้งหน้านะคะ :)


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การเลือกพันธุ์หรือชนิดของผักที่จะทำการปลูก

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

การเลือกพันธุ์และชนิดของผักที่ทำการปลูกนั้น อาจจะต้องอาศัยความรู้สักเล็กน้อยน่ะนะคะ เพราะผักที่เราจะนำมาปลูกสามารถเลือกได้ถึง 2 ชนิดด้วยกันก็คือ พืชผักที่ไม่ต้องซื้อ (ใช้กิ่ง,ก้าน หรือเมล็ดภายในสวนของเรามาทำการปลูก) กับอีกชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ พืชผักที่เราต้องซื้อหาเมล็ดพันธุ์มาทำการปลูก เราลองมาดูรายละเอียดของผักแต่ละประเภทกันนะคะ


ผักที่ไม่ต้องซื้อมาปลูก

สำหรับพืชผักที่ไม่ต้องซื้อหามาปลูกนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันค่ะ ได้แก่ ประเภทที่ใช้กิ่งก้านมาทำการปลูก เช่น ผักบุ้ง ตะไคร้ โหระพา กะเพรา แมงลัก โดยเราสามารถนำกิ่งก้าานที่เหลือจากการทำกับข้าวมาปลูกได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ นั่นก็คือใช้มีดคม ๆ ตัดโคนกิ่งทิ้งเพื่อไม่ให้มีรอยช้ำที่โคน จากนั้นทิ้งแผลตัดให้แห้ง แล้วจึงนำไปปลูกในลักษณะเอน ๆ (อย่าลืมใช้ไม้เล็ก ๆ แทงดินนำไปก่อนนะคะ)

ส่วนผักชนิดที่ไม่ต้องซื้อหามาปลูกอีกชนิดหนึ่งได้แก่ ผักประเภทผล เช่น มะเขือเทศ พริก ถั่วฝักยาว มะเขือยาว มะเขือเปราะ โดยนำเมล็ดนั้นมาผึ่งไว้ในร่มสัก 7-8 วัน แล้วจึงสามารถนำไปปลูกได้เลย

ผักที่ต้องซื้อมาปลูก

ผักประเภทนี้ได้แก่ผักประเภท กะหล่ำต่าง ๆ ผักกาดต่าง ๆ โดยควรซื้อเมล็ดพันธุ์จากร้านที่ไว้ใจได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเจอปัญหาว่าซื้อมาแล้วปลูกไม่งอก เนื่องจากเป็นเมล็ดพันธุ์เก่า หรือปลูกแล้วไม่ตรงตามพันธุ์ที่อยากได้ค่ะ



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือปลูกผักสวนครัว


วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วางแผนปลูกผักสวนครัวในรั้วบ้าน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

การ ปลูกพืชผักสวนครัว ไว้รับประื่ทานเองในบ้านนั้น นอกจากจะทำให้เราได้ประโยชน์ในการมีผักสด ใหม่ ไร้สารเคมี เอาไว้รับประทานแล้ว ยังช่วยให้เราสามารถประหยัดเงินในกระเป๋าในยุคที่ค่าครองชีพสูงเช่นในปัจจุบันนี้อีกด้วยน่ะนะคะ



แต่ก่อนที่เราจะลงมือ ปลูกผักสวนครัว เราก็ต้องมีการวางแผนการปลูกกันเสียก่อนค่ะ เนื่องจากผักสวนครัวแต่ละชนิดก็มีความต้องการพื้นฐานของการเจริญเติบโตต่างกัน ตลอดจนวิธีการปลูกและการดูแลรักษาก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นก่อนที่จะลงมือปลูกผัก เราควรคำนึงถึงรายละเอียด 5 ประการดังต่อไปนี้ก่อนค่ะ

1.การเลือกพันธุ์,หรือชนิดของผักที่จะทำการปลูก
2. การเลือกพื้นที่ปลูก
3. การเลือกฤดูปลูก
4. การเตรียมดินปลูก
5. การเลือกภาชนะสำหรับปลูก

ซึ่งในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูรายละเอียดของแต่ละหัวข้อกันนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล้อกสวนแสนรักด้วยดีเสมอมาค่ะ :)


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ประเภทของผักสวนครัว

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อก สวนแสนรัก ทุกท่าน

การแยกประเภทของ ผักสวนครัว นั้น เราสามารถแยกออกได้ตามประโยชน์และการนำมาใช้งานด้านการปรุงอาหารน่ะนะคะ โดยแบ่งผักออกเป็นสามประเภทดังนี้คือ

1. ผักที่เรารับประทานต้น ใบ ยอด ซึ่งก็จะได้แก่ ผักบุ้ง ผักคะน้า ตำลึง กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักกาดเขียว ผักกาดขาว ผักกาดหอม ผักตังโอ๋ ผักชี หอม หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น

2. ผักที่เรารับประทานผล ฝัก และหัว ซึ่งได้แก่ มะเขือ มะเขือพวง พริก ถั่วแขก ถั่วพู ถั่วฝักยาว ฟัก แฟง น้ำเต้า แตงกวา ฟักทอง บวบ บีท แครอท เผือก หอม ข้าวโพดอ่อน เป็นต้น

3. ผักที่เราใช้ชูรส ได้แก่ มะกรูด มะนาว สะระแหน่ ยี่หร่า ข่า ตะไคร้ โหระพา กะเพรา เป็นต้น

ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่นิยม ปลูกผักสวนครัว เอาไว้รับประทานเอง ก็ัมักจะเลือกปลูกผักหลาย ๆ ประเภทคละเคล้ากันไปตามความต้องการและความนิยมในการรับประทานค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่านึกอยากจะปลูกผักชนิดไหน ก็ไปซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกได้เลย เพราะผักแต่ละชนิดก็มีความต้องการพื้นฐานในการปลูกต่างกัน ดังนั้น การจะปลูกผักสวนครัวเอาไว้ในรั้วบ้านก็ควรจะมีการวางแผนการปลูกเอาไว้ก่อน เพื่อที่เราจะได้มีผักสดหลากหลายชนิดไว้รับประทานได้เพียงพอตลอดปีน่ะนะคะ



ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เรามาลองดูการวางแผนการปลูกผักสวนครัวด้วยกันค่ะ แล้วกลับมาติดตามบล้อกสวนแสนรักได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ :)


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผักสวนครัวที่ควรปลูกในบ้านเรา

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

การเลือก ผักสวนครัว มาปลูกใน บ้าน ของเรานั้นมีคำแนะนำดังนี้ค่ะ

1. ควรเป็นผักที่สามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้บ่อย และเป็นที่ชื่นชอบของสมาชิกภายในบ้าน
2. ควรเป็นผักที่ปลูกง่าย เมล็ดพันธุ์หาง่าย ราคาไม่แพง เติบโตได้ดีและสามารถเก็บหรือแช่เย็นไว้ได้นาน ๆ
3. ควรเป็นผักที่อายุยืน ไม่ต้องปลูกบ่อย




สำหรับผักที่นิยมปลูกเพราะปลูกง่ายไม่ยุ่งยากเกินไป และหยิบมาใช้ประกอบอาหารได้เป็นประจำก็ได้แก่ ผักกาดเขียว ผักชี ผักบุ้ง คะน้า กะเพราะ แมงลัก ผักกาดต่าง ๆ เป็นต้น

ส่วนผักที่ปลูกแล้วอยู่ได้นานเป็นปี หรือหลายปี ไม่ต้องปลูกบ่อยและหยิบมาใช้ในครัวได้เกือบทุกวันก็ได้แก่ แค มะกรูด มะนาว ขิง ข่า โหระพา ตะไคร้ มะเขือ ขมิ้น กระชาย ชะอม กระถิน น่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูการแยกประเภทของผักกันค่ะ ว่าเค้าแยกประเภทกันอย่างไรบ้าง แล้วกลับมาพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ :)


เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

รูปแบบของการปลูกผักสวนครัวในรั้วบ้าน

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจที่จะปลูกผักสวนครัวเอาไว้รับประทานเองในบ้านนั้น คงกำลังนึกข้องใจอยู่เล็กน้อยน่ะนะคะ ว่าหากเรามีพื้นที่ในบริเวณบ้านไม่มาก หรืออยู่ตามเมืองใหญ่ มีสภาพของบ้านไม่เหมาะกับการปลูกพืชหรือผักสวนครัวใด ๆ จะมีวิธีการใดบ้างที่จะทำให้เราสามารถปลูกผักเอาไว้รับประทานเองได้

จริง ๆ แล้ว ผักสวนครัว นั้น สามารถปลูกได้ในหลายรูปแบบค่ะ แม้ว่าเราจะไม่มีพื้นที่ในบริเวณบ้านเลย เช่น การอยู่อาศัยตามคอนโดมิเนียม แฟลต ทาวน์เฮ้าส์ ก็สา่มารถปลูกได้ เราลองมาดูรูปแบบของการปลูกผักสวนครัวแบบต่าง ๆ กันนะคะ


1. ปลูกผักสวนครัวแบบสวนครัวหลังบ้าน

การปลูกผักสวนครัวแบบครัวหลังบ้านนี้ เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่มากพอสมควรค่ะ การเลือกจุดที่จะทำการทำแปลงผัก ควรเลือกพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องถึง มีน้ำบริบูรณ์ มีการยกร่องแปลงปลูกกว้างราว 1 เมตร โดยเว้นทางเดินไว้สัก 30-40 เซนติเมตร ความยาวแต่ละแปลงไม่ควรเกิน 5 เมตร ซึ่งการปลูกผักสวนครัวแบบนี้เราสามารถเลือกปลูกได้หลายหลากชนิดแล้วแต่ความชอบได้เลยน่ะนะคะ

2. ปลูกผักสวนครัวแบบครัวสวนหย่อม

ครัวสวนหย่อมนั้น เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่ในบริเวณบ้านแคบลงมาค่ะ แต่ก็ยังพอมีัที่เหลือให้จัดสวนหย่อมเล็ก ๆ ไว้ดูเล่นเพื่อความเพลิดเพลินได้ ผักที่นิยมนำมาปลูก ควรเป็นพืชผักที่นอกจากจะให้ผลผลิตไว้รับประทานแล้วยังให้ความสวยงามอีกด้วย เช่น พวกโหระพา แมงลัก พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า กะเพรา ข่า ตะไคร่ มะเขือชนิดต่าง ๆ เป็นต้น

3. ปลูกผักสวนครัวแบบครัวสวนเลื้อย

พืชผักประเภทครัวสวนเลื้อยได้แก่ ถั่วลันเตา น้ำเตา มะระ ฟักทอง ฟัก แฟง แตงกวา บวมหอม บวบงู ถั่วพู ถั่วฝักยาว เป็นต้น การปลูกจะปลูกให้พืชผักเบื้อยไปตามร้านหรือค้างที่ออกแบบให้สวยงาม หรือให้เลื้อยไปตามรั้ว,หลักไม้ไผ่ก็ได้น่ะนะคะ

4. ปลูกผักสวนครัวแบบสวนครัวอากาศ

ครัวอากาศนั้นเหมาะสำหรับบ้านที่ไม่มีบริเวณบ้านเอาเสียเลยค่ะ เช่น ผู้ที่อยู่อาศัยตามคอนโดมิเนียม แฟลต ทาวน์เฮ้าส์ หรือจะเป็นห้องแถวร้านค้าริมถนนก็ได้ การปลูกผักสวนครัวแบบนี้ใช้วิธีปลูกผักในภาชนะแขวนนั่นเอง พืชที่นำมาปลูกก็อย่างเช่น พริกขี้หนู โหระพา กะเพรา แมงลัก ตะไคร้ หอม ผักชีฝรั่ง ข่า กระชาย มะกรูด เป็นต้น

5. ปลูกผักสวนครัวแบบสวนครัวกระถาง

ผักสวนครัวชนิดนี้จะปลูกกันในวัสดุประเภทกระถาง หรือภาชนะอื่นใดก็ได้ค่ะ เช่นปลูกในกะละมัง โอ่ง ไห กระป๋อง หม้อ แต่ก็ควรจัดวางกระถางนั้นไว้บริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงด้วยนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูชนิดของผักที่ควรปลูกในบริเวณบ้านของเรากันค่ะ :)



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ ผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผักสวนครัว ในรั้วบ้าน


สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ บล้อกสวนแสนรักทุกท่าน

ในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับกันว่า ค่าครองชีพในการดำรงชีวิตอยู่ของคนเรานั้นมีแนวโน้มที่จะสูงมากขึ้นทุกปีน่ะนะคะ อีกทั้งการทำมาหากินประกอบอาชีพต่าง ๆ ก็มีการแข่งขันกันมากขึ้นทำให้กว่าที่เราจะมีรายได้เข้ามาในบ้านแต่ละบาทแต่ละร้อยก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายนัก

ทางเลือกก็คือนอกจากจะหารายได้เพิ่มมากขึ้นแล้วก็คงต้องพยายามตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นภายในบ้านออกไปค่ะ สิ่งใดที่เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ไม่ควรซื้อหามาใช้งานโดยไม่จำเป็นก็ไม่ควรด่วนซื้อ แต่ควรเลือกซื้อและเลือกใช้เฉพาะสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของเราเป็นหลักไว้ก่อน




นอกจากการประหยัดในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว การมีพืช ผักสวนครัว เอาไว้รับประทานเองที่ บ้าน ก็ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อหาอาหารมารับประทานได้อีกวิธีหนึ่งค่ะ การปลูกผักสวนครัวไว้ในบ้าน นอกจากจะทำให้เราได้มีโอกาสชิมรสชาดผักที่ใหม่สด ปราศจากสารพิษและยาฆ่าแมลงอยู่เสมอแล้ว ยังทำให้เราได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ให้ความสุขเพลิดเพลินแก่สมาชิกในครอบครัวที่จะมีโอกาสได้ช่วยกันปลูกช่วยกันดูแลพืชผักสวนครัวเหล่านั้น แถมยังช่วยกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านด้วยการแบ่งปันพืชผักต่าง ๆ แก่กันได้อีกด้วยน่ะนะคะ

ที่สำคัญก็คือการปลูกพืชผักสวนครัวไว้ในบ้านนั้น ไม่จำเป็นที่เราจะต้องมีบริเวณบ้านกว้างขวางแต่อย่างใดค่ะ แม้การมีพื้นที่ว่างขนาดเล็กน้อยภายในรั้วบ้าน ก็สามารถทำได้ บล้อกสวนแสนรักในตอนต่อจากนี้ไป จึงจะขอแนะนำวิธีการเลือกปลูกและดูแลพืชผักสวนครัว รวมทั้งการเลือกชนิดของผักสวนครัวเพื่อนำมาปลูกในบริเวณบ้านของเรา เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ฺได้ไม่มากก็น้อยน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาทำความรู้จักกับรูปแบบของการปลูกผักสวนครัวกันเป็นตอนแรกค่ะ แล้วกลับมาพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ :)


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต