วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

วิธีปลูกและดูแลรักษาต้นพุทรา


พุทรา นั้นจัดว่าเป็นไม้ผลขนาดเล็กค่ะ เพราะฉะนั้นจึงต้องการเนื้อที่ไม่มากในการปลูก วิธีการปลูกพุทรา ก็จะเหมือนกับการปลูกไ้ม้ผลชนิดอื่น ๆ โดยปกติมักจะใส่ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์เพื่อบำรุงให้ต้นเจริญเติบโตให้ผลได้อย่างเต็มที่ หากแต่การใส่ปุ๋ยเคมีก็ต้องระวังเกี่ยวกับปริมาณไนโตรเจน ที่อาจทำให้เกิดอาการเฝือใบได้ ควรเพิ่มสัดส่วนของโปแตสเซี่ยมในระยะที่ติดผล จะทำให้คุณภาพของผลพุทราดีขึ้น




การดูแลรักษา พุทรา ควรจะมีการตัดแต่งกิ่งให้เป็นพิเศษจึงจะออกดอกติดผลอย่างเต็มที่ หากปล่อยให้มีกิ่งก้านสาขามากเกินไป จะทำให้ผลเล็กลงหรือติดผลน้อย การตัดแต่งกิ่งอาจใช้วิธีของชาวสวนพุทราได้ดังนี้ค่ะ โดยพุทราที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี ที่ปลูกใหม่ ระยะแรกนั้นบางต้นจะมีลักษณ๕ะเป็นกิ่งเดียวหรือสองกิ่งทอดยาวและโน้มลงดิน คล้ายไม้เลื้อย ให้ตัดปลายกิ่งออกสักประมาณ 30-50 เซนติเมตร เพื่อให้แตกกิ่งใหม่ที่ตั้งตรงและเป็นพุ่ม หากต้นเป็นพุ่มแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตัดแต่ง กรณีมีกิ่งอยู่ในทรงพุ่มในโคนต้น ก็ควรตัดออก สำหรับกิ่งแขนงที่แตกจากกิ่งใหญ่นั้น เป็นกิ่งที่ติดดอกออกผลค่ะ แต่จะให้ผลดกเพียงครั้งเดียวในรุ่นแรก ดังนั้นเมื่อเก็บผลแล้วควรตัดทิ้งเสีย โดยตัดให้กิ่งชิดกับกิ่งใหญ่ เพื่อให้เกิดกิ่งแขนงขึ้นมาใหม่แทนกิ่งเก่า และควรทำเช่นนี้สัก 3-4 ครั้งต่อปีน่ะนะคะ

สำหรับพุทราที่อายุเกิน 3 ปีขึ้นไป จะตัดแต่งกิ่งอีกแบบหนึ่งค่ะ โดยตัดจนหมดต้นเหลือแต่ตอสูงราว 1 เมตรจากระดับพื้นดิน หรือเหลือเพียงโคนใหญ่ ๆ แล้วแต่ลักษณะต้น เพื่อให้ต้นได้แตกตาใหม่ขึ้นมา และควรทำปีละครั้งในฤดูแล้ง เพราะเป็นช่วงพุทราไม่ให้ผล จากนั้นจึงบำรุงต้นให้ดี

เมื่อตัดแต่งแล้วพุทราจะแตกตาใหม่และออกแขนงมากมายไม่มีระเบียบ ให้รอให้แต่ละตาแตกแขนงยาวสัก 5 นิ้ว เพื่อพิจารณาว่ากิ่งใดสมบูรณ์และดูทิศทางของแขนงที่จะเลี้ยงพุ่ม จากนั้นจึงตัดแขนงออกให้เหลือเพียงกิ่งละ 1-2 แขนง เพื่อให้แขนงเหล่านี้แตกดออกแต่ติดผล ทำเช่นนี้ไปจนครบปี จึงทำการตัดหมดต้นอีกครั้งค่ะ

สำหรับพุทราพันธุ์ดีจะให้ผลภายใน 1 ปีค่ะ แต่เนื่องจากเนื้อพุทราช้ำง่าย จึงควรเก็บผลด้วยความระมัดระวังนะคะ :)


เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

ไม้ผลในรั้วบ้าน : พุทรา




พุทรา นั้นเป็นไม้ผลอีกชนิดหนึ่งซึ่งนิยมปลูกกันทั่วไปในรั้วบ้านของไทยเราค่ะ เนื่องจากเป็นไม้ที่ปลูกง่าย ต้นไม่โตนัก ให้ผลเร็วและดก อีกทั้งยังสามารถเก็บผลมารับประทานได้ทั้งสดและแปรรูป จึงทำให้มีผู้นิยมเลือกปลูกพุทราไว้ในบริเวณบ้านกันเป็นจำนวนมากน่ะนะคะ




เราสามารถแบ่ง ชนิดของพุทรา ได้เป็น 2 ชนิดด้วยกันค่ะ คือพุทราจีน และพุทราอินเดีย โดยพุทราจีนที่นำมา เป็นพุทราเชื่อมที่มีเข้ามาจากทางตอนใต้ของจีนใรูปพุทราแห้ง ไม่มีแหล่งผลิตในเมืองไทย ส่วนพุทราอินเดียที่เห็นตามต้นและมีขายตามตลาด จะเป็นพุทราลูกใหญ่ ๆ ผลสุกใช้รับประทานสดเพราะเนื้อนำมาตากแห้งเหมือนพุทราจีนไม่ได้ แต่ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นพุทราอินเดีย แต่ก็ไม่ได้นำเข้ามาจากอินเดียนะคะ เป็นการปลูกในประเทศไทยทั้งหมด เพียงแต่ที่เรียกเช่นนั้นเพราะนำต้นพันธุ์ดั้งเดิมมาจากอินเดีย และมีการคัดพันธุ์มาปลูกในสวนเพื่อการค้า

สำหรับเมืองไทยเรานั้น ก็มีพุทราพันธุ์พื้นเมืองเช่นกันค่ะ เรียกว่าพุทราป่า ซึ่งขึ้นอยู่ตามป่าภาคกลาง มีลักษณะต้นที่เป็นต้นสูงมีหนามเล็กแหลม ใบกลมเล็กและมีขน ผลกลมเล็ก เมล็ดโตมีเมือกมาก รสเปรี้ยว จึงไม่เป็นที่นิยมในการปลูก แต่เนื่องจากทนแล้งได้ดี จึงนำยมนำมาใช้เป็นต้นตอของพุทราที่นำพันธุ์มาจากต่างประเทศน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกต้นพุทรากันค่ะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

                    

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

วิธีเก็บผลทับทิม

ในแต่ละีปีนั้น ต้นทับทิม จะออกดอกถึงสองครั้งด้วยกันค่ะ คือในช่วงต้นฤดูฝน(ราวเดือนพฤษภาคม) และต้นฤดูหนาว ซึ่งการออกดอกครั้งแรกมักจะถูกรบกวนจากเชื้อราได้ง่าย เพราะเป็นช่วงที่อากาศชื้น ดังนั้นจึงควรฉีดยาป้องกันเชื้อราไว้ตั้งแต่ช่วงออกดอกช่วงแรกนี้

ช่อดอกของทับทิม เมื่อติดผลแล้ว ก็จะติดได้ช่อละ 1-3 ผลน่ะนะคะ แต่ควรเด็ดทิ้งให้เหลือผลเดียวจะดีที่สุด เพราะลำต้นจะได้ส่งอาหารมาเลี้ยงได้เต็มที่ ผลที่ได้ก็จะโต ควรติดผลทิ้งเมื่อผลโตขนาดเท่าลูกมะนาว เพื่อให้สังเกตได้ง่ายว่าควรเหลือผลที่สมบูรณ์ที่สุดผลใดไว้




ช่วงที่เป็นผลอ่อน ทับทิม มักถูกหนอนเจาะทำลายค่ะ จึงต้องป้องกันด้วยการห่อผล ช่วงแรกควรห่อด้วยถุงพลาสติกใสเจาะรูเล็ก ๆ เอาไว้ เพื่อให้มีการระบายอากาศและได้รับแสงแดด แต่เมื่อผลโตแล้ว ควรเปลี่ยนมาห่อด้วยกระดาษและห่อไว้จนผลใกล้สุก แล้วจึงแกะกระดาษห่อออกอีกครั้ง เพื่อให้ผิวของผลถูกแสงแดดโดยตรง ผลของทับทิมก็จะเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ซึ่งเป็นผิวผลที่สวยงามจนกระทั่งสามารถเก็บเกี่ยวได้นั่นเองน่ะนะคะ :)


เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

วิธีปลูกทับทิม

ทับทิม เป็นพืชชอบแดดที่ปลูกง่าย ทนทานต่อสภาพดินเกือบทุกชนิด ทั้งดินร่วน ดินทราย แม้กระทั่งดินที่ปนดินเหนียวอยู่ ทั้งยังสามารถปลูกได้ทั้งการลงดินและเป็นไม้กระถาง ดังนั้นจึงมีผู้นิยมปลูกต้นทับทิมในบ้านเรือนกันเป็นจำนวนไม่น้อยน่ะนะคะ




การ ปลูกต้นทับทิม นั้น ต้องปลูกไว้กลางแจ้งจึงจะให้ผลดีกว่าปลูกในที่ร่มค่ะ นอกจากเป็นพืชที่ค่อนข้างจะทนทานต่อสภาพดินและสภาพอากาศแล้ว ต้นทับทิมยังมีระยะปลูกที่กินพื้นที่น้อย สามารถปลูกเว้นระยะต่อต้นเพียง 2 เมตรก็ยังได้ หลุมที่ปลูกก็ไม่ต้องใหญ่มาก แต่ปัญหาที่พบเจอบ่อยก็คือ ต้นทับทิมมักจะถูกปลวกกินรากเสมอ ดังนั้น เมื่อเตรียมหลุมปลูกก็ควรป้องกันปลวกด้วยการผสมยาพวก ดีลดริล หรือคลอเดน ละลายน้ำรดลงในหลุม พร้อม ๆ กับการผสมปุ๋ยด้วยก็จะเป็นการป้องกันได้ระดับหนึ่ง

การปลูกทับทิมนั้น มักจะปลูกจากกิ่งตอน กิ่งชำ หรือต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดค่ะ ทับทิมเป็นพืชที่เติบโตเร็วและอายุยืนหลายสิบปี เนื่องจากเป็นไม้พุ่มที่มีการแตกลำต้นใหม่จากตาบนลำต้นใต้ดินเสมอ หากรู้จักตัดแต่งกิ่งที่ให้ผลผลิตออกเสียบ้าง และบำรุงด้วยปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกเป็นประจำ ก็จะมีอายุยืนให้ผลได้นาน ปัญหาสำคัญของต้นทับทิมที่ทำให้ต้นทับทิมตาย ก็เนื่องมาจากมีไส้เดือนฝอยและมีโรครากเน่า ซึ่งมักจะเป็นในต้นทับทิมที่ถูกน้ำท่วมขังน่ะนะคะ

ในตอนหน้ิาของบล้อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีเก็บผลทับทิมด้วยกันค่ะ :)



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือไม้ผลในรั้วบ้าน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต