วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2556

DIY. ตกแต่งทางเดินบนเนินดินในสวน


สำหรับเพื่อน ๆ สมาชิกที่รักการทำสวน แต่ก็มีพื้นที่สวนที่ต่างระดับกัน เช่นมีเนินดินสูง ๆ ต่ำ ๆ อาจจะกำลังมองหาไอเดียสำหรับการแต่งสวนโดยไม่ต้องปรับหน้าดินให้มีความเสมอเป็นเนื้อเดียวกันอยู่น่ะนะคะ

เสน่ห์ของการทำสวนที่มีลักษณะพื้นที่สูงต่ำเป็นเนินดินลดหลั่นกันไปนอกจากการเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่แล้ว ก็อยู่ที่การทำทางเดินในสวนให้กลมกลืนสวยงามด้วยค่ะ วันนี้บล็อกสวนแสนรักของเสนอไอเดียดี ๆ ในการทำทางเดินในสวนสวยด้วยท่อนไม้และหินเกล็ดกันนะคะ


วิธีการทำก็ไม่ยากค่ะ เพียงคุณนำเอาท่อนไม้ที่มีลักษณะเป็นท่อนยาวตามภาพตัวอย่างมาทำการวางคั่นบนเนิดดินเป็นขั้น ๆ ก่อนโรยหินเกล็ดเพื่อปิดผิวดินและรักษาหน้าดินไม่ให้ถูกกัดเซาะโดยน้ำฝน เพียงเท่านั้นเราก็จะได้ทางเดินในสวนสวย ๆ ที่มีลักษณะกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ แถมเป็นทางเดินที่ลงทุนน้อย ไม่ต้องซื้อหาหรือจ้างคนที่มีอาชีพจัดสวนมาลงมือทำให้เสียงสตางค์เลยด้วยซ้ำไปนะคะ :)



ภาพประกอบจาก lawn.homexgarden.com/landscaping-garden-ideas-lawn-small

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

DIY. ปลูกดอกไม้ในยางเส้นเก่า


ยางรถยนต์เก่าที่หมดสภาพแล้ว เมื่อถอดออกมาก็อาจจะต้องนำไปขายเป็นยางรถยนต์มือสอง หรืออาจจะต้องนำไปทิ้งหรือขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าเพื่อนำกลับไปรีไซเคิลกลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่น่ะนะคะ ในวันนี้บล็อกสวนแสนรักจะมาแนะนำอีกหนึ่งวิธีในการนำเอายางรถยนต์เก่ามาใช้งานกันค่ะ เราจะนำยางรถยนต์ที่หมดสภาพแล้วเหล่านั้นมาทำเป็นกระถางต้นไม้เอาไว้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับสวย ๆ กันนะคะ


เห็นภาพแล้วหลาย ๆ คนน่าจะทำตามได้ไม่ยากค่ะ วัสดุก็มีแค่ยางรถยนต์ที่ไม่ใช้งานแล้ว มีดปลายแหลมคม ๆ และสีสเปย์ เมื่อเตรียมวัสดุอุปกรณ์พร้อมแล้วก็มาลงมือทำกันได้เลยค่ะ


วิธีทำก็คือให้นำเอายางรถยนต์มาทำการตัดด้วยมีดตามลวดลายที่วาดไว้ตามภาพตัวอย่าง


จากนั้นเมื่อตัดแล้วก็ให้ทำการกลับด้านของยางรถยนต์ โดยพลิกกลับให้ด้านในออกมาเป็นด้านนนอก


 ขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้แรงมากหน่อยนะคะ


เมื่อกลับวงยางจากด้าานในออกมาเป็นด้านนอกแล้ว เราก็จะได้กระถางปลูกดอกไม้สวย ๆ ที่มีขอบหยักบานออกตามภาพบนค่ะ จากนั้นจึงนำไปทำการพ่นสีสเปย์ตามใจชอบ ก่อนนำไปปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้ประดับบ้านหรือสวน เพียงเท่านี้เราก็จะได้กระถางต้นไม้สุดแนว ที่อยู่ได้นานหลายสิบปีโดยไม่ต้องเปลืองสตางค์ซื้อหาแล้วล่ะนะคะ




ภาพประกอบจาก felderrushing.net/makingtireplanter.htm,architectureartdesigns.com/category/outdoors-design/gardens-terrace/page/3/

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

DIY. เก้าอี้ดอกไม้ไว้แต่งสวน


เก้าอี้ไม้ตัวเก่าแบบมีพนักพิงที่มีสภาพไม่สวยงาม หรือไม่ได้นำมาใช้งานแล้วนั้น สามารถนำมาใช้ประดับ ตกแต่งสวน ได้เช่นกันนะคะ แต่ครั้นจะหยิบมาวางตกแต่งไว้เฉย ๆ ก็อาจจะดูราบเรียบไม่สะดุดตาสักเท่าไหร่ อย่ากระนั้นเลย วันนี้สวนแสนรักจะมาแนะนำไอเดีย ในการดัดแปลงเก้าอี้ไม้ตัวเก่าให้กลายเป็นเก้าอี้ดอกไม้สวย ๆ เอาไว้แต่งสวนกันค่ะ


วิธีการทำก็ไม่ยากค่ะ เพียงคุณนำเอาเก้าอี้ไม้แบบมีพนักพิงมาทำการเจาะพื้นที่ใช้สำหรับนั่งให้เป็นช่อง จากนั้นทำสีเก้าอี้ไม้ตามใจชอบ นำเอาตะแกรงลวดชนิดตาถี่มาทำการกรุให้เป็นถุงภายใต้ช่องที่เจาะไว้ แล้วนำเอากาบมะพร้าวมาทำการใส่ลงในตะแกรงลวดเพื่อรองรับเครื่องปลูก (ดินปลูก) ขั้นตอนสุดท้ายก็คือการนำพันธุ์ไม้ดอกขนาดเล็กมาทำการปลูก เพียงเท่านี้เมื่อต้นไม้เติบโตและให้ดอก เราก็จะได้เก้าอี้ดอกไม้สวย ๆ เอาไว้อวดสายตาคนที่มาเยี่ยมเยือนแล้วล่ะนะคะ



ภาพประกอบจาก thelovelyplants.com/creative-diy-gardening-idea-2

วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

DIY. จัดสวนด้วยตะแกรงลวดทำกรง


ตะแกรงลวดที่ใช้ทำกรงสัตว์เลี้ยง หรือใช้ในการกั้นบริเวณเืพื่อกำหนดขอบเขตนั้น นอกจากจะทำหน้าที่อย่างที่มันควรจะเป็นแล้ว เรายังสามารถนำมาใช้ในการตกแต่งสวนได้อีกด้วยนะคะ วันนี้บล็อกสวนแสนรักจะนำ ไอเดียดี ๆ อีกหนึ่งไอเดียในการนำตะแกรงลวดมาใช้กับ สวน ของเรากันค่ะ ก่อนอื่นเรามาดูตัวอย่างของงานชิ้นนี้กันก่อนนะคะ


เห็นภาพตัวอย่างแล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงทำตามได้ไม่ยากเกินไปนักค่ะ วัสดุอุปกรณ์หลัก ๆ ก็มีแค่ 2-3 อย่างด้วยกัน นั่นก็คือ

  1. ตะแกรงลวด
  2. ลวดเส้นเล็ก
  3. หินก้อนกลาง รูปทรงต่าง ๆ,
  4. คีมมัดลวด
เมื่อพร้อมแล้วก็มาลงมือทำกันได้เลยค่ะ

เพียงเพื่อน ๆ นำเอาตะแกรงลวดมาทำการขดให้เป็นวงตามภาพ โดยขดซ้อนกัน 2 วง และตัดตะแกรงลวดให้มีขนาดลดหลั่นกันไปจากสูงสุดทางด้านในของวง ค่อย ๆ ลดต่ำลงเป็นชั้น ๆ ออกมาทางวงนอก ยึดตะแกรงลวดที่ขดซ้อนกันไว้นั้นไว้ด้วยลวดเส้นเล็กเป็นระยะ ๆ จากนั้นจึงนำเอาหินที่เตรียมไว้ มาใส่ระหว่างตะแกรงทั้งสองวงจนเต็ม เพื่อทำเป็นกำแพงกั้นดิน หลังจากใส่ดินภายในกำแพงแต่ละชั้นของตะแกรงลวดแล้ว เราก็จะสามารถนำต้นไม้ดอกไม้ที่ชื่นชอบมาทำการปลูกประดับได้เลยค่ะ :)


ภาพประกอบจาก xaxor.com



วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

DIY. กาน้ำตกแต่งสวนสวย


กาต้มน้ำ หรือกาน้ำรูปทรงต่าง ๆ ที่ใช้ใส่เครื่องดื่มหลายหลากชนิดมีอยู่อย่างมากมายหลายรูปแบบ แถมยังมีสีสันสวยงามแตกต่างกันไปให้เลือกใช้ตามความต้องการได้อีกด้วยนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ สมาชิกสวนแสนรักที่อยากจะ ตกแต่งสวน ให้มีความสวยงาม น่ามอง สามารถหยิบเอากาน้ำหรือกาต้มน้ำใบเก่าที่อาจจะไม่ได้ใช้งานแล้วมาใช้ประโยชน์แทนกระถางปลูกดอกไม้สวย ๆ ในสวนของเราได้ค่ะ เราลองมาดูตัวอย่าง ไอเดียดี ๆ ไอเดียนี้กันนะคะ


เห็นภาพตัวอย่างแล้ว เชื่อว่่าเพื่อนหลาย ๆ คนคงทำตามได้ไม่ยากค่ะ เพียงเราจัดหากาน้ำหลายแบบหลากสไตล์มาทำการใช้แทนกระถางปลูกต้นไม้ ก่อนจะหาพันธุ์ไม้ขนาดเล็กทั้งไม้ดอกและไม้ใบที่ชื่นชอบมาทำการปลูกลงในกา ไม่ว่าจะนำไปแขวนหรือจัดวางไว้ตรงมุมไหนของสวน ก็ล้วนแล้วแต่น่ารัก เป็นที่ถูกอกถูกใจแก่ผู้พบเห็นได้ทั้งนั้นเลยนะคะ :)



ภาพประกอบจาก en.paperblog.com/cheap-and-easy-diy-ideas-for-a-pretty-garden-on-a-budget-166665/

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

DIY.เห็ดน่ารักประดับสวน


การ ตกแต่งสวน ให้มีความสวยงามนั้นถือเป็นอีกหนึ่งงานอดิเรกที่ช่วยให้ผู้ที่ลงมือทำมีความสุข แถมยังมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นได้อีกด้วยนะคะ วันนี้บล็อกสวนแสนรักจะนำเอา ไอเดียดี ๆ ในการตกแต่งสวนของเราให้มีความสวยงามน่ารักมาฝากกันอีกหนึ่งไอเดียค่ะ เรามาดูการทำเห็ดยักษ์จากท่อนไม้เก่ากับกะละมังอลูมิเนียมกันนะคะ


เห็นภาพตัวอย่างแล้ว หลาย ๆ คนคงยิ้มออกเลยทีเดียวค่ะ เพราะเป็นงาน DIY.ที่ทำได้ง่ายมาก ๆ วัสดุอุปกรณ์ก็มีเพียงน้อยนิด ได้แก่

  1. กะละมังอลูมิเนียม 3 ใบ
  2. ท่อนไม้แห้ง 3 ท่อน
  3. สีสเปย์สีแดง,สีขาว
  4. ตะปู 2 นิ้ว,ค้อน
  5. จอบ,เสียม
เมื่อพร้อมแล้วก็มาลงมือทำกันได้เลยค่ะ

  1. นำกะละมังอลูมิเนียมมาพ่นสีแดงด้านนอกของกะละมังให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นพ่นสีสเปย์สีขาวเป็นลายจุด เหมือนดอกเห็ด
  2. นำท่อนไม้แห้งทั้ง 3 ท่อน มาปักรวมกันเป็นกลุ่ม โดยจัดระดับความสูงให้ลดหลั่นกันลงไป
  3. นำกะละมังอลูมิเนียมที่ทำสีแล้วมาคว่ำบนตอไม้แต่ละอันแล้ว ตอกยึดไว้ด้วยตะปู จากนั้นจึงพ่นสีสเปย์สีแดงปิดหัวตะปู
เพียงเท่านี้เราก็จะได้กลุ่มเห็ดยักษ์สีสันสดใส ที่จะช่วยแต่งแต้มสวนของเราให้แลดูมีชีวิตชีวาน่ารักแล้วล่ะนะคะ :)



ภาพประกอบจาก kootation.com/diy-garden-art.html

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

DIY. บ่อน้ำในสวนจากยางรถยนต์เก่า


บ่อน้ำหรือ สระน้ำ นั้นถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะทำให้ สวน ของเราดูสวยงามชุ่มชื่น และดูมีชีวิตชีวาขึ้นน่ะนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ สมาชิกสวนแสนรักที่อยากทำบ่อน้ำเล็ก ๆ เอาไว้ตกแต่งสวนแต่ไม่อยากลงทุนขุดหรือก่อบ่อปูนให้ยุ่งยาก วันนี้สวนแสนรักมีไอเดียดี ๆ ที่นอกจากจะทำให้เราได้บ่อน้ำเอาไว้ตกแต่งสวนแล้ว ยังเป็นการนำเอาของที่ไม่ได้ใช้งานแล้วกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ได้อีกด้วยค่ะ เราจะมาทำบ่อน้ำจากยางรถยนต์ขนาดใหญ่กันนะคะ


เห็นภาพตัวอย่างแล้วหลาย ๆ คนคงจะทำตามได้ไม่ยาก เรามาดูวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือที่ต้องใช้่งานกันก่อนนะคะ

  1. ยางรถยนต์เก่าขนาดใหญ่ 1 วง 
  2. หินตกแต่งสวนรูปทรงต่าง ๆ
  3. กรวด
  4. ผ้ายางใสชนิดเนื้อหนา
  5. พันธุ์ไม้ที่ชอบความชื้นชนิดต่าง ๆ 
  6. หัวน้ำพุ,ท่อแอสลอน (กรณีต้องการทำน้ำพุในบ่อด้วย)
  7. พลั่ว,จอบ สำหรับขุดดิน

วิธีทำ

  1. ขุดดินให้เป็นรูปทรงกลม ขนาดใหญ่กว่ายางรถยนต์เล็กน้อย และลึกเท่ากับขนาดของยาง นำยางรถยนต์ใส่ลงไปในบ่อดินที่ขุดไว้ บุด้วยผ้ายางใสชนิดหนา
  2. นำกรวดหรือหินเกร็ดมาโรยก้นบ่อที่บุด้วยผ้ายางให้ไม่เห็นเนื้อผ้ายาง พับขอบผ้ายางหุ้มบริเวณรอบข้างของยางรถยนต์ แล้วนำดินมาอัดรอบวงยางรถยนต์ให้แน่น ตกแต่งปากบ่อยางรถยนต์ด้วยหินประดับต่าง ๆ จนไม่เห็นตัวยางรถยนต์และผ้ายางพลาสติก
  3. นำพืชพันธุ์ไม้ต่าง ๆ มาปลูกรอบบ่อ
  4. หากต้องการเพิ่มน้ำพุในบ่อ ให้เดินท่อส่งน้ำจากแหล่งจ่ายน้ำโดยขุดพื้นดินวางท่อมายังใจกลางบ่อแล้วใส่น้ำพุก่อนกลบดินปิดท่อให้เรียบร้อยค่ะ




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556

DIY.สวนแนวตั้งจากกระป๋องเปล่า

กระป๋องนมผงหรือกระป๋องสังกะสีเปล่า ๆ ที่บรรจุอาหารหรือของอุปโภคบริโภคอื่น ๆ มานั้น หากไม่ได้ใช้งานแล้ว ทางเลือกสุดท้ายก็อาจจะเป็นการโยนทิ้งให้เป็นขยะ หรือต้องเก็บเอาไว้ขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าน่ะนะคะ แต่วันนี้สวนแสนรักขอนำเสนอทางเลือกใหม่ ๆ สำหรับคนรัก สวน ในการนำเอากระป๋องเก่า ๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้วเหล่านั้นกลับมา ตกแต่งบ้านและสวน ของเรากันค่ะ เราจะมาปลูกต้นไม้ในกระป๋องแล้วนำมาจัดเป็น สวนแนวตั้ง กันนะคะ


เห็นภาพตัวอย่างแล้วหลาย ๆ คนคงลงมือทำได้ไม่ยาก วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ก็มีน้อยนิดเท่านั้นเองค่ะ ได้แก่

  1. กระป๋องสังกะสี,กระป๋องอลูมิเนียมเปล่า
  2. สีสเปย์สีฟ้า,กระดาษหนังสือพิมพ์
  3. ตะปู 3 นิ้ว 1 ตัว,ค้อน
  4. เชือกผูกรองเท้าผ้าใบสีขาว หรือใช้เชือกร่ม,เชือกป่านก็ได้
  5. พันธุ์ไม้ขนาดเล็กตามใจชอบ
เมื่อพร้อมแล้วก็มาลงมือทำตามขั้นตอนได้เลยค่ะ



นำกระป๋องเปล่ามาคว่ำลงแล้วทำการตอกตะปู เจาะรูบริเวณก้นกระป๋องหลาย ๆ รูตามภาพเพื่อระบายน้ำ จากนั้นเจาะบริเวณด้านข้างของกระป๋องให้ห่างจากขอบกระป๋องด้านบนลงมา 1/2 นิ้ว จำนวน 2 รู โดยแต่ละรูห่างกัน 1 นิ้ว


นำกระป๋องมาทำการพ่นสีสเปย์สีฟ้าทั้งด้านนอกและด้านในกระป๋อง แล้วทิ้งไว้ให้สีแห้ง


นำเชือกป่าน หรือเชือกผูกรองเท้าผ้าใบมาทำการร้อยลงในรูข้างกระป๋องทั้งสองรูที่เจาะไว้ ปลูกต้นไม้ที่ชื่นชอบ แล้วนำไปแขวนบนกำแพง,รั้วบ้าน หรือมุมที่ต้องการเพิ่มความสวยงามสดชื่นได้เลยค่ะ



ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556

DIY. ที่อาบน้ำนกในสวน


สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ สมาชิกสวนแสนรักทุกท่าน

สวนแสนรัก ของเราได้นำเสนอข้อมูลหลายเรื่องราวสำหรับคนรักสวนกันไปหลายเรื่องราวแล้วน่ะนะคะ ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่ได้นำเสนอเหล่านั้น จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านไม่มากก็น้อย

สำหรับในวันนี้สวนแสนรักจะขอเปิดหมวดบทความใหม่อีกหนึ่งหมวดค่ะ นั่นก็คือหมวด DIY. หรือ Do it yourself นั่นเอง ซึ่งบทความที่จะนำมาเขียนกันในหมวดนี้จะเป็นเรื่องราวของการประดิษฐ์ ดัดแปลง หรือจัดทำของใช้ของ ตกแต่งสวนด้วยตัวเอง ทั้งหลายหลาก ซึ่งเราสามารถทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเสียสตางค์จำนวนมากในการซื้อหา โดยในวันนี้เราจะมาเริ่มต้นบทความแรกในหมวดของใช้ของแต่งสวน ด้วยการทำที่อาบน้ำให้นกในสวนกันค่ะ เรามาดูตัวอย่างของชิ้นงานสำเร็จกันก่อนนะคะ


เห็นภาพตัวอย่างแล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงทำตามได้ไม่ยาก ก่อนอื่นเรามาจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์กันก่อนค่ะ
  1. จานกระเบื้องหรือจานสังกะสีทรงขอบตั้งก้นลึก ลวดลายสีสันตามใจชอบ 1 ใบ (ควรเลือกขนาดใหญ่หน่อยค่ะ เริ่มต้นที่ประมาณ 9 นิ้ว)
  2. ท่อประปาเกลียวนอกขนาด 4 หุน ยาว 60 ซม. 1 ท่อน
  3. หน้าแปลนเกลียวในขนาด 4 หุน 1 ตัว
  4. ปืนกาวร้อน
  5. สีน้ำมันสีดำ 1 กระป๋อง
  6. ค้อน,แปรงทาสีขนาด 1/2 นิ้ว
เมื่อได้วัสดุครบแล้วก็มาลงมือทำกันได้เลยนะคะ

  1. นำจานกระเบื้องหรือจานสังกะสีมาทำการคว่ำลง จากนั้นใช้หน้าแปลนติดลงบริเวณใจกลางก้นจานด้วยปืนกาวร้อน (อาจหาวัสดุหนัก ๆ ทับไว้สัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้กาวติดแน่นดีค่ะ)
  2. นำท่อประปาไปทำตอกในดินมุมใดมุมหนึ่งของสวนที่ต้องการ (ควรเลือกมุมที่นกมักจะมาแวะเวียนบ่อย ๆ) จากนั้นทาสีน้ำมันบนท่อประปาเพื่อให้ดูกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม
  3. นำจานกระเบื้องหรือจานสังกะสีที่ติดหน้าแปลนไว้ข้างใต้มาทำการหมุนเกลียวเข้ากับท่อประปาที่ตอกเป็นเสารอไว้ แล้วนำน้ำสะอาดใส่ลงในจาน 
เพียงเท่านี้เราก็จะได้ที่อาบน้ำนกที่นอกจากจะช่วยให้นกนานาชนิดได้มีแหล่งน้ำไว้ดื่มกินแล้ว ยังเป็นการเพิ่มชีวิตชีวาให้กับสวนของเราได้อีกด้วยนะคะ



ภาพประกอบจาก darningdiva.blogspot.com/2010/03/diy-bird-bath.html

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิธีเพาะถั่วงอกแบบใช้ไหดิน



ถั่วงอก นั้นเป็นพืชผักที่คนไทยนิยมบริโภคกันมานานค่ะ และเป็นพืชผักที่เราสามารถเพาะเอาไว้รับประทานเองได้ในครัวเรือน ปัจจุบันนี้มีวิธีการเพาะถั่วงอกอยู่หลายวิธีด้วยกันน่ะนะคะ ซึ่งในวันนี้บล็อกสวนแสนรักจะได้หยิบเอาวิธีการ เพาะถั่วงอก แบบใช้ไหดินมาฝากกัน เรามาดูวิธีการเพาะถั่วงอกแบบใช้ไหดินกันนะคะ


วิธีการเพาะถั่วงอก แบบใช้ไหดินนั้น ก่อนอื่น ก็ต้องมาดูลักษณะการเลือกใช้ไหกันก่อนะค่ะ ไหดินที่จะใช้เพาะถั่วงอกนั้นควรจะมีลักษณะที่มีคอยาว คล้ายไหลใส่น้ำปลา แต่มีความสูงมากหน่อย คือประมาณ 40-50 เซนติเมตร การจะเพาะถั่วงอกในไหดินนั้น ต้องมีการเจาะรูระบายน้ำที่ก้นไหเป็นรูเล็ก ๆ จากนั้นก็ให้ใส่ถั่้วเขียวที่แช่น้ำจนเมล็ดเริ่มพองแล้วลงในไหแล้วใช้ฟางอุดปากไห เพื่อป้องกันแสงและช่วยในเรื่องของการอมน้ำ ควรรดน้ำในไหทุก ๆ 4-5 ชั่วโมงเป็นเวลา 3 วัน เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถเก็บถั่วงอกมาบริโภคหรือนำไปขายได้แล้วล่ะนะคะ


อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก mahamodo.com/webmaster_special/yymmdd_text/25510204.aspx?id=33

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ถั่วงอก


ถั่วงอก นั้นเป็นพืชผักที่คนไทยเรารู้จักและบริโภคกันมานานแล้วน่ะนะคะ เนื่องจากถั่วงอกเป็นผักที่มีรสชาดดี สามารถนำมาทำอาหารหลากหลายประเภท และยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง คือมีทั้งวิตามิน เกลือแร่ อีกทั้งยังมีโปรตีนและมีแคลอรี่ต่ำ มีสรรพคุณที่ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้อีกด้วย

ถั่วงอก คือต้นถั่วที่มีรากงอกจากเมล็ดถั่วนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วเหลือง (ถั่วงอกหัวโต) หรือถั่วลันเตา (โต้วเหมี่ยว) และเนื่องจากเป็นพืชผักที่คนนิยมรับประทานจึงเป็นพืชผักอีกชนิดที่ทำรายได้ดีให้กับผู้เพาะขาย

สำหรับเพื่อน ๆ  สมาชิกสวนแสนรักที่อยากจะปลูกถั่วงอกหรือเพาะถั่วงอกเอาไว้รับประทานเองภายในบ้านก็สามารถทำได้เองง่าย ๆ ค่ะ ปัจจุบันนี้มีวิธีการเพาะถั่วงอกหลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบที่เพาะในตระกร้าพลาสติก การเพาะในถังพลาสติก เพาะในเข่งไม้ไผ่ เพาะในโอ่งดินเผาหรือโอ่งเคลือบ เพาะในปี๊บอลูมิเนียม แต่รูปแบบการเพาะแต่ละชนิดนั้นก็จะแตกต่างกันเฉพาะในเรื่องของภาชนะที่ใช้เพาะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนวิธีการเพาะก็จะคล้ายคลึงกัน

ในตอนหน้าของบล็อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีการเพาะถั่วงอกไว้เป็นพืชผักสวนครัวแต่ละแบบกันนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วิธีปลูกชะพลู


ต้นชะพลู นั้นจัดว่าเป็นพืชผักสวนครัวที่ปลูกง่ายแถมยังไม่ค่อยมีโรคและแมลงศัตรูพืชมารบกวนด้วยค่ะ แม้ว่าบางครั้งอาจมีหนอนหรือปลวกเข้ามาทำลายบ้าง แต่การระบาดก็ไม่ต่อเนื่อง และไม่มีโรคพืชที่รุนแรงจนเป็นปัญหาต่อการเจริญเติบโตของชะพลู

ต้นชะพลู
วิธีปลูกต้นชะพลู นั้นก็ง่ายมากเช่นกัน โดยใช้วิธีขยายพันธุ์ด้วยการตัดหรือเด็ดกิ่งก้านส่วนยอดของต้นชะพลูมาทำการปักชำในดินร่วนซุย โดยให้มีใบติดอยู่สัก 2-3 ใบ แต่ละกิ่งก้านที่ปักชำให้มีระยะห่างกันราว 10-15 เซนติเมตร วางกระถางปลูกในที่ร่มรำไร และหมั่นรดน้ำพรวนดินทุกวัน วันละ 1 ครั้ง จากนั้นชะพลูก็จะออกรากและเติบโตเป็นต้นภายใน 1-2 เดือน

การใส่ปุ๋ยต้นชะพลู ควรให้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกทุก ๆ 3 เดือน โดยโรยที่ผิวดินโคนต้นไม่ต้องพรวนกลบ เมื่อจะเก็บใบชะพลูไปรับประทาน ก็ควรใช้มีดคม ๆ ตัดกิ่งก้านให้มีความยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร โดยใบของชะพลูนำมารับประทานเป็นเมี่ยงปลาทู,แกงคั่วไก่ใส่ใบชะพลู,แกงคั่วหอยขม เมื่อตัดกิ่งก้านไปรับประทานแล้ว ต้นก็จะแตกออกมาใหม่ทดแทนกันอย่างต่อเนื่อง ให้ความสวยงามและเป็นพืชผักสวนครัวได้อย่างยาวนานทีเดียวค่ะ



อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก xn--12ca3d5biba7bxo.com/2012/02/blog-post_02.html

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

ชะพลู


ชะพลู หรือช้าพลู เป็นพืชล้มลุกอายุยืนที่เป็นเครือญาติเดียวกับ ดีปลี พริกไทย พลู นั่นเองค่ะ ชะพลูนั้นมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีลักษณะลำต้นที่เลื้อยทอดไปกับพื้นดินที่มีความชื้นสูงและมีร่มเงา และเนื่องจากลักษณะของใบมีความสวยงาม คือมีใบเป็นรูปหัวใจคล้ายใบพลู (แต่ใบบางกว่า) ใบเป็นสีเขียวใส สะท้อนแสงแวววาว (รสชาดของใบจะเผ็ดอ่อน ๆ) ดังนั้นนอกจากจะมีการปลูกชะพลูเป็นพืชผักสวนครัวในรั้วบ้านแล้ว ยังมีการนำเอาชะพลูมาปลูกเป็นไม่ประดับคลุมดินได้อีกด้วย

ต้นชะพลู

นอกจากนี้แล้วชะพลูยังเป็นพืชผักตระกูลสมุนไพรด้วยค่ะ ตำรายาไทยใช้ชะพลูทั้งต้นเป็นยาขับเสมหะ ใบชะพลูเป็นยาขับลม สารสกัดชะพลูทั้งต้นช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และคลายกล้ามเนื้อ ทั้งยังช่วยเจริญอาหารสำหรับผู้ที่เบื่ออาหารอีกด้วย

การปลูกชะพลูไว้เป็นพืช ผักสวนครัว ในบ้าน ต้องมีการทำขอบเขตให้ชะพลูอยู่ค่ะ เนื่องจากหากปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติโดยไม่มีการควบคุม จะทำให้มีลักษณะรกเรื้อจนอาจเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษและไม่มีพิษประเภทต่าง ๆ เช่น งู หนู จิ้งเหลน อีกทั้งเนื่องจากต้นชะพลูชอบที่ร่มรำไร ดังนั้นหากปลูกไว้กลางแจ้งก็จะทำให้ัต้นชะพลูไม่โต แถมใบจะเหลืองและเล็กลง การทอดยอดไร้ทิศทาง ดังนั้นจึงมีผู้ที่ต้องการปลูกชะพลูนำเอาชะพลูไปปลูกไว้ในกระถางใบโต โดยใส่ดินปลูกไว้เพียงครึ่งกระถาง เพื่อไม่ให้ต้นยาวเลื้่อยเพ่นพ่านออกไปนอกระถาง และกลายเป็นไม้ตกแต่งบ้านที่สวยงามได้อีกชนิดหนึ่งน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของสวนแสนรักเราจะมาดูวิธีปลูกต้นชะพลูกันค่ะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=53620

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิธีปลูกกะเพรา



ต้นกะเพรา นั้นเป็นไม้เมืองร้อนที่เป็นไม้พุ่มเตี้ยอายุยืนค่ะ ความสูงของต้นกะเพราจะอยูที่ประมาณ 75 เซนติเมตร ลำต้นและใบมีขนเล็กน้อย และขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด

เราสามารถ ปลูกกะเพรา ได้ทุกฤดูกาล แต่หากเริ่มปลูกในช่วงต้นฤดูฝนก็จะทำให้ต้นเติบโตได้ดีกว่าปลูกในฤดูอื่น

กะเพรา
กะเพรานั้นมีด้วยกัน 2 สายพันธุ์ ก็คือ กะเพราแดงและกระเพราขาว การปลูกนั้นก็เหมือนกัน คือนิยมใช้การหว่านเมล็ด แต่หากต้องการปลูกน้อย ๆ เป็นพืชผักสวนครัว ก็ใช้กิ่งชำปลูกเอาจะสะดวกกว่า การปลูกนิยมปลูกเป็นกอบริเวณใดบริเวณหนึ่งในรั้วบ้าน ไม่นิยมปลูกเป็นแปลงเหมือนการปลูกผักสวนครัวขาย ซึ่งขั้นตอนและ วิธีปลูกกะเพรา นั้น ก็ให้ทำการขุดดินให้ลึกประมาณ 20 เซนติเมตร ใส่ปุ่ยหมักหรือปุ๋ยคอกเคล้ากับดิน แล้วทำการปลูกให้แต่ละต้นห่างกันราว 30 เซนติเมตร

การใส่ปุ๋ย ควรใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ค่ะ เพราะจะทำให้ได้ใบกะเพราที่งาม และควรกำจัดวัชพืชเป็นครั้งคราว คอยตัดแต่งกิ่งบ้างเป็นบางครั้ง

กะเพราสามารถเก็บใบมาประกอบอาหารได้หลังการปลูกราว 70 วันค่ะ การเก็บใบไม่ควรดึงแรง ๆ แต่ควรใช้มีดหรือกรรไกร ตัดกิ่งก้านที่ต้องการออกมา ซึ่งวิธีการเช่นนี้จะทำให้เรามีกะเพราไว้กินได้นาน ๆ นั่นเองน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต


วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

กะเพรา


กะเพรา นั้น เป็นพืชผักสวนครัวที่เป็นส่วนประกอบอาหารของคนไทยหลากหลายเมนูเลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานเดียว หรือกับข้าวชนิดต่าง ๆ กะเพราใบสดอ่อนนั้น สามารถใส่อาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของอาหารประเภทเนื้อได้ ทั้งยังช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม รสชาดดี แถมยังมีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพร ช่วยทำให้ท้องไม่อืด ช่วยย่อยอาหารและขับลมในกระเพาะได้อีกด้วย

ต้นกะเพรา
ต้นกะเพรา นั้นเป็นไม้อายุยืนพุ่มเตี้ยค่ะ มีความสูงราว 75 เซนติเมตร ลำต้นและใบมีขนเล็กน้อย ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ปลูกได้ทุกฤดู แต่ควรปลูกในฤดูฝนซึ่งจะทำให้ต้นโตได้ดีกว่าปลูกในฤดูอื่น

พันธุ์ของต้นกะเพราที่นิยมปลูกกันอยู่ในบ้านเรานั้น มีอยู่ด้วยกันสองชนิดนะคะ นั่นก็คือ กะเพราแดง และกะเพราขาว กะเพราแดงนั้นจะมีใบสีม่วงแดง ส่วนกะเพราะขาวนั้นจะมีใบสีเขียว ในตอนหน้าของบล็อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีการปลูกกะเพราไว้เป็นผักสวนครัวในรั้วบ้านกันนะคะ



อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก biogang.net/biodiversity_view.php?menu=biodiversity&uid=43691&id=168078

วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิธีปลูกโหระพา


โหระพา นั้นสามารถขยายพันธ์ได้ ทั้งวิธีเพาะเมล็ดและปักชำกิ่งค่ะ วิธีที่นิยมมากที่สุดก็คือการปักชำกิ่ง เพราะเีพียงเรานำเอากิ่งที่ซื้อมาจากตลาดและเด็ดใบไปประกอบอาหารหมดแล้วมาทำการปักชำในกระบะทราย หรือแกลบดำชื้น ๆ และวางไว้ในที่ร่ม เพียงแค่ 7 วัน กิ่งที่ปักไว้ก็จะออกรากให้เราสามารถย้ายไปปลูกได้แล้ว ส่วนการเพาะเมล็ดนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องเตรียมดินปลูกให้ละเอียดมากขึ้น เพื่อให้การปลูกเมล็ดโหระพาซึ่งมีเมล็ดที่เล็กมากได้ผลดี โรยเมล็ดลงในดินปลูกอย่าให้ถี่เกินไปนัก รอจนกว่าเมล็ดจะงอกต้น แล้วนำกระบะปลูกไปรับแสงแดดบ้างเพื่อให้ต้นกล้าแข็งแรง เพียงเท่านี้เมื่อต้นกล้าโตได้ราว 10-15 เซนติเมตร เราก็สามารถย้ายไปปลูกในที่ที่ต้องการได้

โหระพา
โหระพา จะเจริญเติบโตในแปลงปลูกได้ดีกว่าการปลูกในภาชนะเช่น กระถาง ค่ะ ควรเลือกแปลงปลูกที่ได้รับแสงแดดครึ่งวัน น้ำไม่ขัง หากแต่สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยก็สามารถปลูกในกระถางได้ เพราะโหระพามีระเบบรากที่ตื้น แต่ก็ึควรให้ตำแหน่งของกระถางนั้นโดนแดดโดยตรงสักครึ่งวันเช่นกัน

แม้ว่าโหระพาจะเป็นพืชที่ชอบน้ำ แต่ก็ไม่ชอบให้มีน้ำขังค่ะ การให้น้ำควรรดน้ำให้ชุ่มทุกวัน และใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงในปริมาณเล็กน้อยเป็นครั้งคราว โดยระวังอย่าใส่ปุ๋ยให้ถูกใบเนื่องจากจะทำให้ใบโหระพาไหม้ได้น่ะนะคะ

โหระพาเป็นพืชที่มีอายุอยู่ได้ราว 1-2 ปีค่ะ หากแต่เมื่อต้นแก่แล้วควรรื้อปลูกใหม่ หรือตัดยอดออกให้หมดเพื่อให้แตกกิ่งใหม่ ดอกโหระพามีความสวยงามอยู่ในตัว โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีดอกเป็นพวง ดังนั้นจึงมีผู้ที่นิยมปลูกโหระพาไว้เป็นไม้ประดับเช่นกันนะคะ





เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก biogang.net/biodiversity_view.php?menu=biodiversity&uid=9246&id=96174

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

โหระพา


ผักสวนครัว อีกชนิดหนึ่งซึ่งมีผู้นิยมปลูกไว้ในรั้วบ้านก็คือ โหระพา ค่ะ โหระพานั้นเป็นพืชผักสวนครัวที่นำมาประกอบอาหารได้หลายชนิดเลยทีเดียว เช่น แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด แกงเลียง พล่า ลาบ หรือแม้แต่อาหารประเภทนึง อบ เช่น หอยอบหม้อดิน เป็นต้น

ต้นโหระพา
โหระพานอกจากจะเป็นเครื่องปรุงอาหารให้มีรสชาดแล้ว ยังใช้เป็นยาแผนไทยช่วยในการย่อยอาหาร ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย อีกทั้งรูปทรงของต้นโหระพามีความสวยงามจึงสามารถปลูกประดับสวน ปลูกเป็นไม้ประดับ ไม้แขวนได้อีกต่างหาก

โหระพานั้นคือพืชพื้นเมืองของอินเดียน่ะนะคะ เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีความสูงของลำต้นไม่เกิน 1 เมตร มีการปลูกอย่างแพร่หลายทั้งในเอเชียและตะวันตกรวมไปถึงประเทศไทยของเราด้วย โหระพาสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของบ้านเราได้เป็นอย่างดี ไม่ค่อยมีโรคและแมลงศัตรูพืชรบกวน จึงหมดปัญหาในเรื่องของการใช้ยาฆ่าแมลงในการปลูก

ในตอนหน้าของบล็อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกโหระพากันนะคะ



อ้างอิงข้อมูลจาก วิกิพีเดีย,หนังสือคู่มือการปลูกสวนครัว
ภาพประกอบจาก women.sanook.com/

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิธีปลูกสะระแหน่


สะระแหน่ นั้นเป็นพืชที่ปลูกง่ายโตง่าย ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวนค่ะ การปลูกเพียงแต่เอากิ่งที่ปลิดใบไปทำกับข้าวแล้วเหลือทิ้ง หรือตัดยอดจากต้นที่โตแล้วสัก 5 เซนติเมตร มาทำการริดใบล่างออกให้เหลือใบใกล้ยอดสัก 2-3 ใบ แล้วนำไปปักในที่ชื้น ไม่กี่วันกิ่งนั้นก็จะแตกราก สามารถย้ายไปปลูกในกระถางหรือแปลงปลูกได้ตามความต้องการน่ะนะคะ

สะระแหน่

ดินที่ปลูกสะระแหน่นั้น ควรเป็นดินร่วนซุยที่มีอินทรีย์วัตถุสูงค่ะ หรือจะใช้ดินสำเร็จรูปก็ได้ หากเป็นดินเหนียวก็ควรผสมปุ๋ยเทศบาล,ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักลงไปเพื่อปรับปรุงคุณภาพของดินก่อน นอกจากนั้นหากปลูกในภาชนะปลูกก็ควรเลือกภาชนะที่ระบายน้ำได้ดี มีความลึกประมาณ 15 เซนติเมตร และควรเป็นกระบะที่มีความกว้างมากหน่อย เนื่องจากสะระแหน่เติบโตด้านราบมากกว่าแนวดิ่ง หรือหากปลูกในกระเช้า เมื่อต้นตั้งตัวได้แล้ว สะระแหน่ก็จะห้อยย้อยลงมาอย่างสวยงาม

ต้นสะระแหน่ นั้นต้องการน้ำมากแต่ไม่ถึงกับแฉะค่ะ ควรหมั่นรดน้ำอย่าให้ดินแห้งเด็ดขาด และหากปลูกในอาคารบ้านเรือนก็ควรยกกระถางออกไปรับแดดบ้าง ไม่เช่นนั้นต้นจะผอมสูงแลดูเก้งก้าง ใบสีซีดแลดูไม่สวยงามเท่าที่ควรน่ะนะคะ

การเก็บยอดสะระแหน่ไปทำอาหาร ควรเก็บยอดที่มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตรค่ะ กับข้าวที่ใช้สะระแหน่เป็นส่วนผสมก็ได้แก่ กับข้าวประเภทยำต่าง ๆ หรือรับประทานเป็นผักสดร่วมกับอาหารประเภทแหนมเนือง ปอเปี๊ยะทอด แหนมคลุก ก็ยังได้นะคะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สะระแหน่


คนไทยเรานั้นใช้ สะระแหน่ ในการประกอบอาหารหลากหลายเมนูค่ะ อาทิเช่น นำมาทำยำต่าง ๆ (ยำหมูยอ ยำปลาทูน่า ยำปลากระป๋อง ยำไส้กรอก) หรือนำมารับประทานเป็นผักสดร่วมกับอาหารประเภทแหนมเนือง ปอเปี๊ยะทอด แหนมคลุก แหนมสด ก็ยังได้

สะระแหน่
ต้นสะระแหน่ นั้น เป็นพืชที่มาจากต่างประเทศน่ะนะคะ แต่ก็ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของบ้านเราได้ดี โดยจัดเป็นพืชผักตระกูลล้มลุกเช่นเดียวกับมิ้นต์ กะเพราะ โหระพา แมงลัก ลักษณะของต้นสะระแหน่ จะเป็นผักที่มีลักษณะสวยงาม สามารถปลูกเป็นผักสวนครัวหรือใช้เป็นไม้ประดับในกระถางก็ยังได้ นอกจากนี้แล้ว ในตำราแพทย์แผนไทย ก็ยังมีการใช้ต้นสะระแหน่เพื่อเป็นยาขับลม แก้ปวดท้อง จุกเสียดแน่นเฟ้อ หรือใช้ดมแก้เป้นลม ทาขมับแก้ปวดหัวอีกด้วย

ต้นสะระแหน่นั้นปลูกง่ายค่ะ ไม่ค่อยมีโรคและศัตรูพืชรบกวนมาก จึงไม่ค่อยมีปัญหาในการดูแลรักษาและไม่ต้องฉีดยาป้องกันโรคแต่อย่างใด ในตอนหน้าของบล็อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีปลูกสะระแหน่ไว้เป็นพืชผักสวนครัวในรั้วบ้านของเรากันนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

วิธีปลูกตะไคร้


ตะไคร้ นั้นเป็นพืช ผักสวนครัว ที่นิยมปลูกกันมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่ะ รวมไปถึงประเทศไทยของเราด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น และเนื่องจากตะไคร้นั้นอุดมประโยชน์ทั้งด้านการนำมาประกอบอาหารและใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค ปัจจุบันจึงมีผู้นิยมปลูกตะไคร้กันอย่างกว้างขวางทีเดียวน่ะนะคะ

ตะไคร้

ส่วนใหญ่แล้ว ตะไคร้ นั้นจะใช้ส่วนของลำต้นมาทำการปลูกค่ะ โดยเลือกเอาเฉพาะต้นแก่ ๆ นำมาตัดปลาใบออกให้เหลือแค่ส่วนโคนหรือรากเตรียมไว้ จากนั้นจึงเตรียมดินสำหรับปลูก โดยขุดดินให้ลึกประมาณ 20 เซนติเมตร โรปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก คลุกเคล้าให้ทั่วกัน ส่วนหนึ่งใช้รองก้นหลุม พรวนดินให้ร่วนและโปร่ง จากนั้นจึงนำต้นตะไคร้ที่ตัดเตรียมไว้มาทำการปักให้ตั้งฉากกับผิวดินโดยปลูกให้ลึกจากผิวดินราว 3-4 เซนติเมตร หลุมละ 2-3 ต้น แต่ละต้นห่างกันราว 1 ฟุต และระหว่างแถวให้ห่างกันราว 1 เมตร

ตะไคร้นั้นชอบแดดเต็มวันค่ะ หลังจากปลูกแล้วประมาณ 1 เดือนให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 โดยโรยไว้ข้าง ๆ ต้นแล้วพรวนดินกลบ รดน้ำวันละ 1 ครั้ง เช้าหรือเย็นก็ได้ และคอยกำจัดวัชพืชอย่าให้มาแย่งอาหารในดินเป็นประจำ

การปลูกตะไคร้ไว้ในบ้านต้องมีการตัดแต่งใบเป็นประจำค่ะ เนื่องจากตะไคร้นั้นเติบโตได้ดี และมีทรงพุ่มสูงได้ถึง 1 เมตร จึงค่อนข้างจะกินเนื้อที่ เมื่อได้กอโตขนาดตามต้องการแล้วให้ตัดไปทำอาหารโดยใช้มีดตัดโคนต้นให้เสมอกับระดับดินน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ตะไคร้


ตะไคร้ นั้นเป็นพืชผักสวนครัวล้มลุกอายุยืนเติบโตเร็ว ขยายพันธุ์ง่าย ที่มีลำต้นเป็นกอ มีกลิ่นหอมที่คุ้นหูคนไทยเป็นอย่างมากน่ะนะคะ คนไทยเราเติบโตขึ้นมากับอาหารที่มีตะไคร้เป็นเครื่องปรุงหลายอย่าง อาทิเช่น แกงมัสหมั่นเนื้อ แกงไก่ น้ำยาปลา แกงเขียวหวานไก่ ต้มยำ ต้มข่าไก่ แกงเผ็ด เป็นต้น

ตะไคร้
ตระไคร้ เป็นพืชที่มีประโยชน์ทั้งทางด้านการประกอบอาหารและมีประโยชน์ทางยาด้วยค่ะ ตะไคร้มีรสเผ็ดร้อนและขม สรรพคุณทางยานั้นมีมากมายหลายประการ อาทิเช่น มีสรรพคุณบำรุงไฟธาตุ ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว ส่วนที่ใช้เป็นยาคือส่วนของเหง้าและลำต้นแก่ ส่วนใบและลำต้นจะประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาขับลม แก้จุกเสียด และมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด

ตะไคร้ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะช่วยเพิ่มเกลือแร่ที่จำเป็นหลายชนิดค่ะ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และยังมีวิตามินเอ รวมอยู่ด้วย ปัจจุบันมีการนำเอาน้ำตะไคร้ใส่กระป๋องบรรจุมาขายเพื่อใช้ดื่มน่ะนะคะ และยังมีชาชงตะไคร้ในรูปผงสำเร็จรูปบรรจุซองเพื่อสะดวกในการชงดื่มด้วย

ในตอนหน้าของบล็อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีการปลูกตะไคร้ไว้เป็นพืชผักสวนครัวในบ้านกันค่ะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือการปลูกผักสวนครัว,rspg.or.th,thaifoodtoworld.com
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

วิธีปลูกพริกขี้หนู


พริกขี้หนู นั้นมีอยู่หลายพันธุ์ด้วยกันค่ะ ที่นิยมปลูกกันมากได้แก่พันธุ์จินดา พันธุ์หัวเรือ และพันธุ์ห้วยสีทน ต้นมีลักษณะสูงราว 30-120 ซม. ใบเรียบแบนและเป็นมัน ผลมีลักษณะเล็กเรียวยาวเมื่อดิบเป็นสีเขียว เมื่อสุกเป็นสีแดง รสเผ็ดจัด คนไทยเรานิยมใช้พริกขี้หนูในการประกอบอาหารหลากหลายชนิดน่ะนะคะ

พริกขี้หนู
วิธีการปลูกพริกขี้หนู ไว้เป็นพืชผักสวนครัวนั้น นิยมใช้เมล็ดหว่านในแปลงปลูกค่ะ โดยแปลงปลูกนั้นควรเป็นดินร่วนละเอียดที่ทำการเตียมดินด้วยการใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกอย่างเพียงพอ หรืออาจจะใช้วิธีเพาะกล้าก่อนแล้วค่อยย้ายลงแปลงปลูกก็ได้

พริกนั้นต้องการน้ำมากและสม่ำเสมอค่ะ แต่ก็ไม่ควรรดน้ำให้ดินชื้นเกินไป ควรพรวนดินเพื่อให้น้ำระเหยออกจากดินบ้าง หากไม่สามารถให้น้ำอย่างสม่ำเสมอได้ ก็ควรใช้วัสดุคลุมผิวดินเพื่อช่วยรักษาความชื้นและยังช่วยป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้นได้ไปในตัว

พริกใช้เวลาในการงอก 6-21 วันค่ะ หลังจากหว่านเมล็ดแล้วหากต้องการให้งอกเร็ว ก็สามารถรดด้วยน้ำผสมดินประสิว 0.2 เปอเซ็นต์ ก็จะช่วยให้เมล็ดพริกงอกได้เร็วขึ้น (อาจใช้เวลาเพียง 4-6 วันในการงอก)

หลังปลูกแล้วราว 10-15 วัน ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 จำนวน 1 ช้อนแกง โดยโรยให้ห่างจากโคนต้นราว 1 ฟุต ก่อนใช้ดินกลบ ทุก 3 เดือน ส่วนปุ๋ยคอกใส่ได้ทุก ๆ 3 เดือน และควรกำจัดวัชพืชตั้งแต่วัชพืชยังเป็นต้นอ่อน เนื่องจากพริกมีระบบรากที่แผ่กว้างอยู่ในระดับผิวดิน

พริกขี้หนูเม็ดใหญ่พันธุ์หัวเรือจะเก็บได้เมื่ออายุประมาณ 65 วันค่ะ โดยจะเก็บได้ทุก ๆ 5-7 วัน และพริกจะมีอายุให้เก็บได้ถึง 1 ปี


ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต
เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือปลูกผักสวนครัว