วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

วิธีปลูกตะไคร้


ตะไคร้ นั้นเป็นพืช ผักสวนครัว ที่นิยมปลูกกันมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่ะ รวมไปถึงประเทศไทยของเราด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น และเนื่องจากตะไคร้นั้นอุดมประโยชน์ทั้งด้านการนำมาประกอบอาหารและใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค ปัจจุบันจึงมีผู้นิยมปลูกตะไคร้กันอย่างกว้างขวางทีเดียวน่ะนะคะ

ตะไคร้

ส่วนใหญ่แล้ว ตะไคร้ นั้นจะใช้ส่วนของลำต้นมาทำการปลูกค่ะ โดยเลือกเอาเฉพาะต้นแก่ ๆ นำมาตัดปลาใบออกให้เหลือแค่ส่วนโคนหรือรากเตรียมไว้ จากนั้นจึงเตรียมดินสำหรับปลูก โดยขุดดินให้ลึกประมาณ 20 เซนติเมตร โรปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก คลุกเคล้าให้ทั่วกัน ส่วนหนึ่งใช้รองก้นหลุม พรวนดินให้ร่วนและโปร่ง จากนั้นจึงนำต้นตะไคร้ที่ตัดเตรียมไว้มาทำการปักให้ตั้งฉากกับผิวดินโดยปลูกให้ลึกจากผิวดินราว 3-4 เซนติเมตร หลุมละ 2-3 ต้น แต่ละต้นห่างกันราว 1 ฟุต และระหว่างแถวให้ห่างกันราว 1 เมตร

ตะไคร้นั้นชอบแดดเต็มวันค่ะ หลังจากปลูกแล้วประมาณ 1 เดือนให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 โดยโรยไว้ข้าง ๆ ต้นแล้วพรวนดินกลบ รดน้ำวันละ 1 ครั้ง เช้าหรือเย็นก็ได้ และคอยกำจัดวัชพืชอย่าให้มาแย่งอาหารในดินเป็นประจำ

การปลูกตะไคร้ไว้ในบ้านต้องมีการตัดแต่งใบเป็นประจำค่ะ เนื่องจากตะไคร้นั้นเติบโตได้ดี และมีทรงพุ่มสูงได้ถึง 1 เมตร จึงค่อนข้างจะกินเนื้อที่ เมื่อได้กอโตขนาดตามต้องการแล้วให้ตัดไปทำอาหารโดยใช้มีดตัดโคนต้นให้เสมอกับระดับดินน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือปลูกผักสวนครัว
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ตะไคร้


ตะไคร้ นั้นเป็นพืชผักสวนครัวล้มลุกอายุยืนเติบโตเร็ว ขยายพันธุ์ง่าย ที่มีลำต้นเป็นกอ มีกลิ่นหอมที่คุ้นหูคนไทยเป็นอย่างมากน่ะนะคะ คนไทยเราเติบโตขึ้นมากับอาหารที่มีตะไคร้เป็นเครื่องปรุงหลายอย่าง อาทิเช่น แกงมัสหมั่นเนื้อ แกงไก่ น้ำยาปลา แกงเขียวหวานไก่ ต้มยำ ต้มข่าไก่ แกงเผ็ด เป็นต้น

ตะไคร้
ตระไคร้ เป็นพืชที่มีประโยชน์ทั้งทางด้านการประกอบอาหารและมีประโยชน์ทางยาด้วยค่ะ ตะไคร้มีรสเผ็ดร้อนและขม สรรพคุณทางยานั้นมีมากมายหลายประการ อาทิเช่น มีสรรพคุณบำรุงไฟธาตุ ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว ส่วนที่ใช้เป็นยาคือส่วนของเหง้าและลำต้นแก่ ส่วนใบและลำต้นจะประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาขับลม แก้จุกเสียด และมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด

ตะไคร้ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะช่วยเพิ่มเกลือแร่ที่จำเป็นหลายชนิดค่ะ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และยังมีวิตามินเอ รวมอยู่ด้วย ปัจจุบันมีการนำเอาน้ำตะไคร้ใส่กระป๋องบรรจุมาขายเพื่อใช้ดื่มน่ะนะคะ และยังมีชาชงตะไคร้ในรูปผงสำเร็จรูปบรรจุซองเพื่อสะดวกในการชงดื่มด้วย

ในตอนหน้าของบล็อกสวนแสนรัก เราจะมาดูวิธีการปลูกตะไคร้ไว้เป็นพืชผักสวนครัวในบ้านกันค่ะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือ คู่มือการปลูกผักสวนครัว,rspg.or.th,thaifoodtoworld.com
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

วิธีปลูกพริกขี้หนู


พริกขี้หนู นั้นมีอยู่หลายพันธุ์ด้วยกันค่ะ ที่นิยมปลูกกันมากได้แก่พันธุ์จินดา พันธุ์หัวเรือ และพันธุ์ห้วยสีทน ต้นมีลักษณะสูงราว 30-120 ซม. ใบเรียบแบนและเป็นมัน ผลมีลักษณะเล็กเรียวยาวเมื่อดิบเป็นสีเขียว เมื่อสุกเป็นสีแดง รสเผ็ดจัด คนไทยเรานิยมใช้พริกขี้หนูในการประกอบอาหารหลากหลายชนิดน่ะนะคะ

พริกขี้หนู
วิธีการปลูกพริกขี้หนู ไว้เป็นพืชผักสวนครัวนั้น นิยมใช้เมล็ดหว่านในแปลงปลูกค่ะ โดยแปลงปลูกนั้นควรเป็นดินร่วนละเอียดที่ทำการเตียมดินด้วยการใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกอย่างเพียงพอ หรืออาจจะใช้วิธีเพาะกล้าก่อนแล้วค่อยย้ายลงแปลงปลูกก็ได้

พริกนั้นต้องการน้ำมากและสม่ำเสมอค่ะ แต่ก็ไม่ควรรดน้ำให้ดินชื้นเกินไป ควรพรวนดินเพื่อให้น้ำระเหยออกจากดินบ้าง หากไม่สามารถให้น้ำอย่างสม่ำเสมอได้ ก็ควรใช้วัสดุคลุมผิวดินเพื่อช่วยรักษาความชื้นและยังช่วยป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้นได้ไปในตัว

พริกใช้เวลาในการงอก 6-21 วันค่ะ หลังจากหว่านเมล็ดแล้วหากต้องการให้งอกเร็ว ก็สามารถรดด้วยน้ำผสมดินประสิว 0.2 เปอเซ็นต์ ก็จะช่วยให้เมล็ดพริกงอกได้เร็วขึ้น (อาจใช้เวลาเพียง 4-6 วันในการงอก)

หลังปลูกแล้วราว 10-15 วัน ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 จำนวน 1 ช้อนแกง โดยโรยให้ห่างจากโคนต้นราว 1 ฟุต ก่อนใช้ดินกลบ ทุก 3 เดือน ส่วนปุ๋ยคอกใส่ได้ทุก ๆ 3 เดือน และควรกำจัดวัชพืชตั้งแต่วัชพืชยังเป็นต้นอ่อน เนื่องจากพริกมีระบบรากที่แผ่กว้างอยู่ในระดับผิวดิน

พริกขี้หนูเม็ดใหญ่พันธุ์หัวเรือจะเก็บได้เมื่ออายุประมาณ 65 วันค่ะ โดยจะเก็บได้ทุก ๆ 5-7 วัน และพริกจะมีอายุให้เก็บได้ถึง 1 ปี


ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต
เรียบเรียงข้อมูลจาก หนังสือคู่มือปลูกผักสวนครัว